“บิทคอยน์” คือสกุลเงินดิจิทัลที่เกิดขึ้นมาเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น แต่ปัจจุบันค่าเงินดังกล่าวมีราคาแพงกว่าทองคำจริงเสียอีก ซึ่งปัจจุบันกำลังเริ่มแพร่หลายในหมู่นักลงทุนไทยที่มีคนเข้ามาให้ความรู้อยู่มากมาย ซึ่งราคาเฉลี่ยล่าสุดวันเสาร์อยู่ที่ 16,424 ดอลลาร์ต่อ 1 บิทคอยน์ หลังจากที่เคยทำสถิติสูงสุดกว่า 20,000 ดอลลาร์ต่อ 1 บิทคอยน์ เมื่อกลางเดือนธันวาคม ส่วน ราคาเฉลี่ยในเมืองไทยอยู่ที่ 594,000 กว่าบาทต่อ 1 บิทคอยน์

เมื่อต้นปี 2561 ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ปรึกษาหารือกับ ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการแบงก์ชาติ เพื่อควบคุมการซื้อขาย “บิทคอยน์” การเงินรูปแบบบล๊อคเชนที่ไม่มีรูปแบบพันธบัตร หรือวัตถุมาอ้างอิง โดยประเด็นที่ ดร.สมคิด ได้หารือกับ ดร.วิรไท นั้นคือ 1.การเฝ้าระวังการลงทุนในบิทคอยน์ในประเทศไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ “การฟอกเงิน” อย่างละเอียด 2.ให้ศึกษาการพัฒนาการของบิทคอยน์ในอนาคต 3.ตรวจสอบกรณีหลอกลวงให้ลงทุนในบิทคอยน์และฉ้อโกงเงิน

ความจริงการซื้อขายเงินดิจิทัล “บิทคอยน์” และ “เงินดิจิทัลสกุลอื่น” นอกจากการ “เก็งกำไร” ด้วยความโลภแล้ว ส่วนใหญ่มีผู้ที่คิดไม่ซื่อหลายท่านนำไปฟอกเงินอย่างผิดกฎหมายแทบทั้งสิ้น เช่น เงินจากการทุจริตคอร์รัปชัน เงินจากการค้ายาเสพติด เงินจากสิ่งผิดกฎหมาย เป็นต้น เพราะการเอา “เงินจริง” ไปซื้อบิทคอยน์ที่เป็นสกุลเงินเงินดิจิทัล โดยไม่มีการระบุตัวตน และระบุชื่อเสียงเรียงนาม จึงเป็นช่องทางในการฟอกเงินที่ง่ายที่สุด สะดวกที่สุด อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบได้ยากมาก จึงไม่แปลกใจที่เงินดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นสกุล บิทคอยน์ ริพเพิล อีเทอเรียม จะได้รับความนิยมอย่างมาก และเติบโตแบบก้าวกระโดด ในเว็บไซต์สกุลเงินดิจิทัลมีการรวบรวมมูลค่าเงินดิจิทัล ที่ซื้อขายกันอยู่ในตลาดปัจจุบัน รวมกว่า 790,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ กว่า 25.67 ล้านล้านบาท สูงจนน่าตก
สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ

ถ้าหากเกิด “ฟองสบู่เงินดิจิทัล” แตกมาวันใด ตลาดเงินโลกคงวิกฤติไม่แพ้วันที่ เลห์แมน บราเดอร์ ล้มในช่วงปี 2008 ซึ่งเป็นปีที่ “บิทคอยน์” ถือกำเนิดขึ้นมา โดยฝีมือมนุษย์ที่ไร้ร่องรอยคนหนึ่งชื่อ ซาโตชิ นาคาโมโต จากราคาเริ่มต้นของบิทคอยน์ที่ซื้อขายกันในช่วงนั้น เพียง 0.0008 ดอลลาร์ต่อ 1 บิทคอยน์ หรือ 0.026 บาทต่อ 1 บิทคอยน์ วันนี้ขึ้นไปอยู่ที่ 16,424 ดอลลาร์ หรือ 594,000 บาทต่อ 1 บิทคอยน์ ราคาปรับขึ้นไปถึง 22.846 ล้านเปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ราคาทองรูปพรรณซื้อขายกันวันศุกร์ที่ผ่านมา อยู่ที่บาทละ 20,000 บาท

มีการประเมินกันว่า ถ้าหากฟองสบู่บิทคอยน์พังเมื่อไหร่ ก็จะพาเอาสถาบันการเงินจริงล้มไปด้วย เพราะการซื้อขายบิทคอยน์ต้องใช้เงินจริงในการซื้อขาย แต่ได้เป็นเงินดิจิทัลที่ไร้มูลค่าในตัวเอง และก็ไม่ใช่เงินจริง เสียด้วย ไม่มีธนาคารกลางที่ไหนในโลกยอมรับ และ ใช้ชำระหนี้ตามกฎหมายไม่ได้ ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ระบบการเงินดิจิตอลจะเป็นไปตามทิซทางใด แต่ทางที่ดีที่สุด ผมคิดว่ากระทรวงการคลังและแบงก์ชาติ ควรจะต้องเร่งออกมาตรการควบคุมการซื้อขายเงินดิจิทัลโดยเร็วที่สุด ก่อนที่จะเกิดการฟอกเงิน และเกิดฟองสบู่จะแตกเสียก่อน