สำหรับนักลงทุนปัจจุบันจำเป็นต้องหันมามองเครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์สำหรับการลงทุนในยุคใหม่ เดิมทีเราอาจจะใช้หลักการของ Five Force Factors Model แต่คุณต้องอย่าลืมนะครับว่าการวิเคราะห์ดังกล่าวมันอยู่ในรูปแบบของ Unlearn Customers เพราะเขาเปรียบเทียบแค่ความเป็นไปได้ของการแข่งขันระหว่างบริษัทเท่านั้น ในปัจจุบันนี้บริษัทต่างๆ สามารถถูกทำลาย (Disrupt) ได้โดยง่ายจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป รูปแบบของ Ecosystem Thinking มันจะเกิดภาพของการเรียนรู้ของกลุ่มลูกค้าจาก Big Data ซึ่งท้ายสุดแล้วถ้าบริษัทสามารถปรับตัวไปตามการใช้เงินของลูกค้าและตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปได้ล่ะก็ นี่ล่ะจะเป็น Competitive Advantages รูปแบบใหม่ที่จับลูกค้าเข้ามาอยู่ในพื้นที่ของตัวเองได้มากเลยทีเดียว ผมก็เลยคิดว่าถ้าหากเรานำมาต่อยอด Five Force Factor Model ด้วยวิธีคิดที่เพิ่มข้อมูลลูกค้าได้มากขึ้นก็จะทำให้การลงทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ผมขอนำเสนอภาพการวิเคราะห์ธุรกิจยุคใหม่ เป็นลักษณะวิธีคิดในการลงทุนส่วนบุคคล โดยมี Step ดังนี้ครับ

Ecosystem Thinking วิธี ‘คิด’ ก่อนลงทุนในยุค Digital

1. Ecosystem Thinking

ปัจจุบันนี้หลายบริษัทได้เริ่มใช้เทคโนโลยีเกิดที่เกิดขึ้นใหม่ เพื่อช่วงชิงผู้ที่เกี่ยวข้องในสิ่งแวดล้อมนั้น เราจะต้องไปดูว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นส่งผลอย่างไรต่อผู้ที่เกี่ยวข้องในระบบนิเวศน์ จากตัวอย่างของ Amazon ทำให้เห็นได้ว่า Amazon สร้างเทคโนโลยีทำให้คนหันมาอ่านหนังสือ eBook กันมากขึ้น คนเขียนเองก็เห็นโอกาสในการสร้างรายได้มากขึ้น เมื่อคนใช้ Platform ดังกล่าวมากขึ้น ก็มีโอกาสของตลาด eBook จะเติมโต โดยเทคโนโลยีต่างๆ จะช่วยให้ลูกค้า หรือผู้รับบริการได้รับความสะดวกเพิ่มขึ้น ประหยัดเพิ่มขึ้น

2. Customer Problem

แม้เศรษฐกิจจะดีหรือไม่คนก็ยังต้องกิน ต้องใช้เงินอยู่ดี เพียงแค่เรามองว่าเงินมันไปวิ่งไปทางไหน ปัจจัยพวกนี้มันจะถูกนำมาวิเคราะห์ได้ หากบริษัทนั้นได้มีการเก็บข้อมูลที่ดีพอแล้ว สร้างคำถามเพื่อไปพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์ทั้งในด้าน WHY – HOW – WHAT แต่ถ้าเราลองสังเกตโทรศัพท์มือถือในรูปแบบเก่าๆ ในอดีต เราจะเห็นได้ว่ามันใช้แค่โทรเข้าออกและรับข้อความได้เท่านั้น แต่พอดูสมัยปัจจุบันที่รวมเอาวิธีการคิดใหม่ๆ ทำให้ Apple สร้างโทรศัพท์มือถือให้เป็นเสมือนเครื่องมือบันเทิง และทำประโยชน์ได้อย่างมากมายผ่าน Application ที่ตอบสนองความต้องการในด้านต่างๆ ของผู้ใช้ แม้ทางบริษัทได้พัฒนา App พื้นฐานของ Iphone เพียงแค่กล้อง เครื่องคิดเลข ดูหนังฟังเพลง ข้อมูลข่าวสาร แต่เขาเปิดโอกาสให้เราเราสามารถโหลด App เพิ่มเติมได้อีกจากผู้พัฒนาอื่นๆ ได้ นี่ล่ะที่ทำให้ Ecosystem ของผู้ใช้มันแข็งแกร่งได้มาก

3. Value Proposition

การสร้างคุณค่าเป็นสิ่งที่ดีนักลงทุนควรจะต้องดูให้ละเอียดถึงบริษัทที่เราจะลงทุนว่าสามารถสร้างคุณค่าให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องใน Ecosystem ได้อย่างไรบ้าง ซึ่งถ้าทุกอย่างมันสามารถเชื่อมต่อกันเป็นระบบแล้วก็จะทำให้อะไรๆ มันง่ายขึ้น เกิดเป็นคุณค่าก็ย่อมทำให้ Ecosystem นั้นแข็งแกร่งและยากต่อการเข้ามาของคู่แข่งได้ เราอาจจะใช้ Business Model Canvas วิเคราะห์ตรงส่วนนี้ได้นะครับ ผมยกตัวอย่างที่น่าสนใจ คือ Alibaba ที่เล็งเห็นปัญหาในเรื่องของ SME ในประเทศจีน จึงคิดค้นสร้างระบบขึ้นมาเพื่อสร้าง Ecosystem ของเขา ตั้งแต่ Website ระบบการชำระเงินและจนเชื่อมต่อไปยังระบบขนส่ง  ซึ่งในระบบดั้งเดิมนั้นกว่าที่ใครซักคนจะสร้างธุรกิจออกมาได้นั้นไม่ง่ายเลยครับ ต้องไปหาโรงงานจ้างผลิตของ ต้องไปติดต่อร้านค้า ต้องจ้างคนไปส่งและต้อง Confirm การโอนเงินกันเอง พอปัจจุบันมีระบบแบบใหม่นี้ขึ้นมาปุ๊ปทุกคนแฮปปี้เพราะมันลดขั้นตอนต่างๆ ได้ สะดวกสบายมากขึ้น

4. Profit Model

การสร้างธุรกิจรูปแบบใหม่นั้นจะมีวิธีการหาเงินเปลี่ยนรูปแบบไป เนื่องจากฐานข้อมูลที่เราได้มาจากการพัฒนาเทคโนโลยีนั้นเห็นได้เด่นชัดว่าอะไรอยู่ที่จุดไหนบ้าง ประกอบกับวิธีการสร้างผลกำไรก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เราควรจะคำนึงก่อนที่จะทำธุรกิจด้วยเช่นกัน เห็นได้จากธุรกิจ Startup แม้ธุรกิจเหล่านั้นจะเติบโตจากจำนวนผู้ใช้งานอย่างเดียว แต่ไม่มีกำไร สุดท้ายบริษัทก็จะขาดสภาพคล่องจนเจ๊งในไปที่สุดก็ได้ ด้านตัวอย่างที่น่าสนใจที่เห็นได้ชัดเจนเลยก็คือ Facebook ที่เดิมทีทุกคนเข้ามาใช้สื่อสารกันเท่านั้น แม้เราจะมองว่าทุกอย่างนั้นมันฟรี แต่จริงๆ แล้วทาง Facebook ไม่ใช่ของฟรีนะครับ เราจะต้องแลกกับข้อมูลของตัวเราเองซึ่งนั่นมันมีค่าต่อ Facebook ได้พอสมควร และเมื่อมีคนเกิดการใช้งานมากขึ้นทำให้เกิด Traffic มหาศาล ทาง Facebook เองก็สามารถขายสื่อให้เราใช้บริการได้จากข้อมูลที่เขาเก็บมาสร้างกำไรให้กับเขา และจะเห็นได้ว่าวิธีการสร้าง Profit Model ของเขามีการขยายมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่โฆษณาบน Status จนตอนนี้สามารถนำโฆษณาผ่าน Video กันได้แล้ว

5. Platform Expansion

ธุรกิจในยุค Digital 4.0 นั้นถ้าเราสังเกตจะเห็นได้ว่าการดำเนินธุรกิจจะไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ มันจะมีการพัฒนาและเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา คุณจะเห็นบริษัทใหญ่ๆ อย่างเช่น Apple, Alibaba, Amazon และ Google เขาจะมีการพัฒนาและขยาย Platform รูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลาและทำให้มูลค่าของตลาดนั้นสูงขึ้นเรื่อยๆ จากความคาดหวังของนักลงทุนและพอมาถึงจุดนี้ บริษัทก็จะกลับไปสู่จุดเริ่มต้นเพื่อวิเคราะห์ว่า Ecosystem ได้พัฒนาอย่างไรบ้าง และจะขยายไปแก้ปัญหาลูกค้าอย่างไร โดยบริษัทเหล่านี้จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อต่อยอดกำไรไปเรื่อยๆ และพอบริษัทจับลูกค้าไว้ได้แบบนี้ การที่จะมีใครสร้างระบบอื่นๆ เข้ามาแข่งแย่งผู้ใช้งานก็ยากมากยิ่งขึ้น

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างที่ผมมองว่าน่าจะเป็นแนวคิดการมอง Ecosystem Thinking สำหรับบริษัทใหญ่ๆ โดยส่วนมากอยู่ที่สหรัฐอเมริกา หากต้องการลงทุนกับธุรกิจในยุค 4.0 หากเราสามารถติดตามและมองดูว่าสิ่งที่บริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านั้นกำลังจะทำเพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจได้โดยใช้เทคโนโลยีและฐานข้อมูลอย่างไร เพื่อเป็นแนวทางที่จะนำไปประยุกต์ใช้ได้ในอนาคตนะครับ ส่วนในเมืองไทยของเรานั้น อาจจะยังเห็นกันไม่เยอะเท่าไหร่แต่ไม่แน่ในอนาคตเราอาจจะได้เห็นกลุ่มธุรกิจรูปแบบใหม่กันมากขึ้นก็ได้ครับ

เครดิต: Aommoney