“…ก็ทุกคน เขาทำกัน”

คุณเคยมีประโยคประมาณนี้แวบเข้ามาในหัวบ้างหรือเปล่า ก่อนที่จะตัดสินใจลงมือทำอะไรสักอย่าง?

ถ้าเคย…นั่นแปลว่าคุณปกติดี วิทยาศาสตร์อธิบายไว้ว่า สมองของคนเรามักจะตัดสินใจทำในสิ่งที่คนอื่นทำกัน ทางด้านจิตวิทยา เรียกพฤติกรรมนี้ว่า พฤติกรรมทำตามกลุ่ม หรือ Bandwagon Effect (ปรากฎการณ์ที่คนเรามักมีแนวโน้มจะคล้อยตามคนหมู่มาก แม้นั่นไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง)

ในขณะที่วงการมาร์เก็ตติ้ง เรียกพฤติกรรมนี้ของมนุษย์ว่า Social Proof (การการันตีจากสังคม/การรับรองทางสังคม)

แต่โดยสรุปแล้ว ไม่ว่าจะทางด้านวิทยาศาสตร์ จิตวิทยา หรือการตลาด ผลลัพธ์ก็คือ มนุษย์เรามักจะชอบทำตามคนอื่นๆ เพราะนั่นทำให้เรารู้สึกสบายใจ ในขณะที่การทำไม่เหมือนคนอื่น จะทำให้เรารู้สึกอึดอัด ไม่สบายใจ

เป้าหมายของการรู้จัก Social Proof หรือที่จะเรียกต่อไปนี้ว่า ‘การการันตีจากสังคม’ ในด้านธุรกิจนั้น มีเพียงข้อเดียวเท่านั้น คือ “แสดงหลักฐานออกมา ว่าเราได้รับการยอมรับจากสังคม เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ” เมื่อเราสร้างความน่าเชื่อถือได้ คนที่เข้ามายังเว็บไซต์ของเรา ผู้ติดตามของเรา คนที่หลงเข้ามา คนที่สนใจ กลุ่มเป้าหมายและลูกค้าของเราก็จะรู้สึกว่า ควรซื้อและใช้บริการของเรา เพราะคนอื่นก็ซื้อและใช้กันนั่นเอง!

ซึ่ง ข้อมูลทางสังคม พวกนี้ ที่ว่า มีใครใช้บริการหรือซื้อสินค้าจากเราบ้าง เรามีลูกค้ามากเท่าไหร่ มีคนดังบ้างหรือไม่ มีคนชมและสนใจเราเท่าไหน อาจจะดูเป็นเรื่องธรรมดาทั่วๆไป แต่จริงๆแล้ว มันเป็นอะไรที่ทรงพลังมากๆ ช่วยให้กลุ่มเป้าหมายที่กำลังลังเลอยู่นั้น ตัดสินใจซื้อของและใช้บริการของเราง่ายมากขึ้นเป็นทวีคูณ

และนี่คือ 7 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณสร้างเว็บไซต์ที่เพิ่ม ‘การการันตีจากสังคม’ และทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตยิ่งๆขึ้นไป!

1. มีส่วนแสดงรีวิว ข้อติชม ข้อคิดเห็นของลูกค้า

เมื่อเราพูดถึงสินค้า นั่นคือ การตลาด.. เมื่อลูกค้าพูดถึง นั่นคือ การการันตีจากสังคม

แน่นอนว่าเราทำธุรกิจสักอย่าง เราต้องมีการตลาด มีการโปรโมทสินค้าของตัวเอง แต่คำพูดจากคนขาย มีหรือ จะมีค่า มีน้ำหนัก เท่ากับ ลูกค้าที่ได้ใช้งานจริง? นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมที่เว็บไซต์ ควรจะมีส่วนที่แสดง รีวิว ข้อติชม และข้อคิดเห็นของลูกค้าไว้ด้วย เนื่องจาก คำพูดที่มาจากบุคคลที่ 3 น่าเชื่อถือและเข้าถึงคนที่เข้ามายังเว็บไซต์ของเราได้มากกว่า เพราะไม่ได้ผ่านการขัดเกลาให้ดูดีอย่างที่การตลาดของเราทำ มีความจริงใจมากกว่า ยิ่งมีรีวิวที่เป็นบวกกับธุรกิจเรามากแค่ไหน นั่นแหละคือ การการันตีทางสังคม ที่กลุ่มเป้าหมายของเรากำลังมองหา เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ถ้าเป็นไปได้ก็ควรมีที่ส่วนแสดงรีวิว ข้อติชม ข้อคิดเห็นของลูกค้าไว้ทุกๆ หน้าของเว็บไซด์ เพราะนั่นจะคอยช่วยตอกย้ำความน่าเชื่อถือของเราเสมอๆ แต่ก็มีข้อควรระวัง นั้นก็คืออย่าคิดว่าทำหน้าสำหรับแสดงรีวิว ข้อติชม ข้อคิดเห็นของลูกค้า แยกต่างหากออกมา เพราะน้อยคนมากที่จะสนใจคลิกเข้าไปในหน้ารีวิวโดยเฉพาะอย่างจริงจัง

อย่างเช่นเว็บไซต์นี้ ซึ่งเกี่ยวกับการวางแผนท่องเที่ยวเพื่อเด็กวัยรุ่น ก็วางตำแหน่งของส่วนที่แสดงรีวิวไว้ที่ไซด์บาร์ด้านข้างของเว็บเลย

2. ยกคนที่มีชื่อเสียงมาช่วยสนับสนุนแบรนด์

ถ้าธุรกิจได้รับคำชมจากคนที่ทุกคนรู้จักดี (และต้องเป็นที่ชื่นชอบหรือเคารพนับถือสำหรับกลุ่มเป้าหมายคุณด้วย ไม่ใช่เอาคนดังที่กลุ่มเป้าหมายคุณไม่ชอบมา นั่นก็ผิดประเด็น) ก็ขอให้ไปหาคำพูดคำชมพวกนั้นมา และใส่ไว้ที่หน้าแรก (home page) ซะเลย

เพื่อให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรจะใส่รูปภาพของบุคคลนั้นๆไว้ด้วย เพราะจากผลการวิจัยพบว่า รูปภาพ จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของคำพูดนั้นๆขึ้นไปอีก!

ตัวอย่างก็เช่นเว็บขายหนังสือเว็บนี้เป็นต้น มีโควทและรูปภาพจากคนที่มีชื่อเสียงและเกี่ยวข้องกับวงการหนังสือมาเป็นผู้ให้คำนิยมนั่นเอง

3. อวดยอดผู้ติดตามไว้ด้วย

ถ้าคุณทำธุรกิจที่ต้องการให้ผู้คนกรอกแบบฟอร์มรับข้อมูลประจำวัน ประจำสัปดาห์ ทางอีเมลแล้วล่ะก็ คุณควรจะสร้างความมั่นใจให้กลุ่มเป้าหมาย รวมถึงบอกรายละเอียดให้ชัดเจนว่า สิ่งที่จะส่งไปให้นั้นเกี่ยวกับอะไร และจะส่งบ่อยแค่ไหน

และอย่าลืม… การการันตีจากสังคม!

ถ้าคุณมีรายชื่อ ยอดผู้ติดตามในระดับหนึ่ง (ที่เยอะพอจะสร้างความเชื่อถือ) ก็ควรแสดงไว้ด้วย เพื่อโน้มน้าวให้คนอื่นๆ กรอกแบบฟอร์ม หรือกดติดตาม นั่นเอง! ..และถ้ายังมียอดผู้ติดตามไม่พอที่จะโชว์หรืออวดอ้างให้ดู ก็ควรจะใส่เป็นคำชมจากคนที่ติดตามอยู่ ว่าได้ประโยชน์อะไรบ้าง

ตัวอย่างคือเว็บ Orbitmedia หลังปรับหน้าเว็บกรอกฟอร์มเป็นผู้ติดตามทางอีเมล ให้มียอดตัวเลขคนที่ลงทะเบียนอยู่แล้ว ก็ช่วยเพิ่มยอดคนเข้ามาสมัครติดตามเพิ่มถึง 1400 %

4. ใส่ปุ่มแสดงยอดคนแชร์

เดี๋ยวนี้การจะสร้างปุ่มแสดงว่ามียอดคนแชร์ตามเฟสบุ๊ค อินสตราแกรม ทวีตเตอร์ กูเกิลพลัส หรือมียอดไลค์ ไปเท่าไหร่แล้วนั้น ง่ายเหมือนปลอกกล้วย แต่กลับได้ผลดีทีเดียว ถ้าเกิดว่าเว็บของคุณมีคนติดตามและช่วยกันไลค์ช่วยกันแชร์  จะส่งผลให้คนเห็นสิ่งที่คุณนำเสนอมากขึ้น

นอกจากจะช่วยให้คนอื่นๆที่เข้ามาอ่านรู้สึกอยากกดแชร์ กดไลค์ตามแล้ว ยังช่วยสะท้อนให้เราเห็นอีกว่า กลุ่มเป้าหมายของเราชอบบทความแบบไหนมากกว่ากัน

แต่ถ้าเว็บไซต์ของคุณเพิ่งเริ่ม หรือมีคอนเท้นท์ที่ไม่น่าสนใจพอให้มีคนแชร์หรือกดไลค์ ก็อย่าใส่ซะดีกว่า จะกลายเป็นส่งผลด้านลบไปซะอีก!

5. ใส่วิตเจ็ทแสดงกล่องทวิตเตอร์ และเฟสบุ๊ค

วิตเจ็ทของทวิตเตอร์และเฟสบุ๊ค สามารถแสดงได้ถึง 3 อย่าง

1. แสดงยอดว่ามีคนฟอลโลว์หรือไลค์เท่าไหร่

2. รูปโปรไฟล์ของคนรู้จักที่กำลังติดตามอยู่

3. โพสต์และทวิตล่าสุด

สองข้อแรกคือช่วยด้าน “การการันตีทางสังคม” ถ้าวิตเจ็ทแสดงผู้ติดตามที่คนเข้าชมเว็บรู้จัก ก็จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และทำให้อยากกดติดตามนั่นเอง

แต่ถ้าเฟสบุ๊คหรือทวิตเตอร์ของเราไม่ได้อัพเดท มานาน ขาดการเคลื่อนไหว ก็อย่าใช้วิตเจ็ทพวกนี้ดีกว่า ไม่ควรแม้แต่จะใส่ไอคอนไปยังโซเซียลมีเดียของเราที่ไม่มีการอัพเดทด้วย เพราะถ้าคนเข้าชมเว็บกดแล้วพบว่าไม่มีความเคลื่อนไหว ความน่าเชื่อถือก็จะตกต่ำลงนั่นเอง

ตัวอย่างก็เช่นเว็บ Moz Blog ที่ใส่วิตเจ็ทที่ไซด์บาร์ เพราะมั่นใจในฐานผู้ติดตามของตัวเองนั่นเอง

6. ใส่โลโก้ของสื่อที่เคยพูดถึงเรา

ถ้าธุรกิจของคุณเคยขึ้นอยู่ตามหน้าสื่อใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นนิตยสาร เว็บไซต์สื่อดังๆ หนังสือพิมพ์ การนำเอาโลโก้สื่อเหล่านั้นมาไว้ในหน้าเว็บ จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและเพิ่มจำนวนคนสนใจได้

นี่จะส่งผลได้ดีมากกับธุรกิจที่มีการทำการตลาด ประชาสัมพันธ์อยู่แล้ว แต่เหล่าบล็อกเกอร์รับเชิญก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาส หากคุณเคยเป็นแขกรับเชิญให้เขียนบทความ หรือคอนเท้นท์อะไรให้กับสื่อดังๆ ก็สามารถเพิ่มโลโก้เหล่านั้นในหน้าโฮมเพจหรือหน้าไบโอของคุณได้

ตัวอย่างมาจากเว็บ edointeractive.com หน้าโฮมเพจ แสดงว่าเคยได้ลงในสื่ออะไรบ้าง

7. มีส่วนที่แสดงรางวัลที่เคยได้รับบนเว็บไซต์

นี่คือวิธีที่จะเพิ่มความน่าเชื่อถือในพื้นที่จำกัด คือให้สร้าง กล่องหรือแถบ ที่แสดงสิ่งที่ธุรกิจของคุณเคยประสบความสำเร็จมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นรางวัลที่เคยได้รับ การได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการใหญ่ๆ เรตติ้งที่ได้จากสื่อดังๆ เป็นต้น

ตัวอย่างมาจากเว็บ Nitel ที่แสดงส่วนนี้ไว้บน footer ของเว็บในทุกๆหน้าของเว็บ

ทิ้งท้าย..

การที่จะทำให้ Bandwagon Effect เป็นไปในทางบวกต่อธุรกิจของเราต่อไปเรื่อยๆนั้น ก็มีทริคง่ายๆ โดยการเก็บ Social proof หรือ การการันตีทางสังคม ทุกอย่างที่มีไว้ให้หมด เช่น

– สร้างโฟลเดอร์เก็บคำชมทางอีเมลทั้งหมดเอาไว้
– ใช้ฟังชั่น Favorite บนทวิตเตอร์ เพื่อเซฟทวิตที่ชมเอาไว้
– จับภาพหน้าจอโพสต์ที่ให้คำชมเราตามโซเชียลมีเดียเอาไว้
– ถ้าธุรกิจของคุณมีคำชมที่ส่งมาเป็นจดหมายลายมือด้วยล่ะก็ ให้หาซองใหญ่ๆเก็บไว้ให้เป็นที่เป็นทาง

และอัพสิ่งเหล่านี้ขึ้นเว็บหรือโซเชียลมีเดียของคุณให้ไม่ซ้ำกันเป็นประจำ ทำให้แน่ใจว่า ทุกๆหน้าเว็บของคุณมีสิ่งที่จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ มีการการันตีจากสังคม เท่านี้เอง ธุรกิจคุณก็จะได้ผลลัพธ์ที่ดีต่อ Bandwagon Effect แล้ว!

 

Ref: unbounce.com