คงเป็นข้อสงสัยสำหรับหลายๆคนที่อยากจะเริ่มเปิดร้านขายของออนไลน์ และเป็นที่งุนงงสำหรับมือใหม่แกะกล่องจริง ๆ ว่าเอ…อะไรคือ SEO?

SEO หรือชื่อเต็ม Search Engine Optimization คือ ช่องทางหนึ่งในการทำการตลาด โดยการศึกษาวิธีการทำงานของ Search Engine เช่น Google เพื่อให้คำที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายค้นหา แสดงผลลัพธ์เป็นเว็บของเราในหน้าแรก ๆ อันดับต้น ๆ

เรียกได้ว่าการทำ SEO คือการติดปีกให้กับธุรกิจ เพราะสมัยนี้ ไม่ว่าลูกค้าอยากจะซื้ออะไร แต่ไม่รู้จะซื้อจากที่ไหน ก็ล้วนแต่ใช้ Search Engine ค้นหากันทั้งนั้น ฉะนั้นคิดดูสิว่าจะดีแค่ไหนถ้าเกิดคุณขาย ‘เสื้อ’ และทุกครั้งที่มีคนค้นหาคำว่า ‘เสื้อ’ ‘ขายเสื้อ’ ‘ซื้อเสื้อ’ หรือ ‘ร้านขายเสื้อ’ ใน Google และเว็บแรก ๆ ที่ทุกคนจะได้เห็นคือ เว็บร้านของคุณ

คำตอบคือ ดีมาก ถูกไหม? เพราะนั่นหมายความว่าคุณจะได้รับโอกาสเหนือคู่แข่งมาก ๆ มีโอกาสที่จะได้ลูกค้าใหม่ ๆ เข้ามาเสมอ ๆ โดยแทบไม่ต้องทำการตลาดเชิงรุกเลย ถ้าเทียบกับตั้งร้านขายของ ร้านของคุณก็มีทำเลที่ดีที่สุดนั่นเอง

 

 

ถ้าง่ายแบบนั้น แล้วทำไมทุกคนไม่ทำ SEO ล่ะ?

คุณกำลังมีคำถามแบบนี้ในใจอยู่หรือเปล่า? คำตอบก็คือ การทำ SEO ไม่ได้ง่ายเหมือนเดิมอีกต่อไป คู่แข่งก็เยอะ ใครๆก็อยากให้เว็บของตัวเองขึ้นอันดับต้นๆของการค้นหาทั้งนั้น ด้วยเหตุนี้จึงมีการรับทำ SEO จากมืออาชีพกัน ตั้งแต่ไม่กี่หลักไปจนถึงหลายๆหลัก


แล้วแบบนี้.. คนที่ไม่ได้มีความรู้ลึกซึ้งอะไร แต่อยากจะทำ
SEO เองบ้างล่ะ ไม่มีสิทธิเลยหรือเปล่า?

มีสิทธิสิ! ระบบของ Search Engine ไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น การทำ SEO ง่าย ๆ โดยไม่ต้องลงลึกถึงกับว่าเขียนเว็บเป็น ต้องเข้าใจการทำงานของ Google Bot ก็สามารถทำได้


ทุกๆคนที่เป็นเจ้าของกิจการล้วนทำได้กันทั้งนั้น ด้วย 3 เทคนิคง่ายๆ

1.) ลงคอนเท้นท์(บทความ) ที่มีคุณภาพในเว็บไซต์

นี่คือสิ่งที่มืออาชีพเรียกกันว่า SEO สายสว่าง คือหากเว็บไซต์ของคุณมีคุณภาพ ใครๆก็อยากเข้ามาอ่าน มีหรือที่มันจะไม่ติดอันดับ?

วิธีนี้ก็เหมือนกฎ Give & Take มอบสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ลูกค้าของคุณ และลูกค้าก็จะตอบแทนกลับมา อาจไม่ใช่ทางตรงอย่างการซื้อสินค้า แต่การแค่ช่วยเข้าเว็บ ช่วยกดไลค์ กดแชร์ นั่นก็ถือว่าเราได้รับประโยชน์แล้ว

แต่อย่าลืมนะว่า ด้านสว่างแค่ไหน เราก็ควรมีเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ไว้บ้าง เช่น อย่าลืมใส่คีย์เวิร์ดหลักที่กลุ่มเป้าหมายของเราจะค้นหา สอดแทรกไว้ในบทความต่างๆด้วย

2.) แชร์ลง Social Network ต่างๆ

ต่อให้เว็บไซต์มีดีแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีคนเห็นก็เปล่าประโยชน์ จริงไหม? ฉะนั้นเราจึงต้องสร้าง Traffic ให้กับเว็บ วิธีง่าย ๆ ก็คือการแชร์ลง Social Network ต่าง ๆ อาทิ Facebook, Twitter หรือ IG เป็นการเพิ่มช่องทางให้มีคนเห็นมากขึ้น และยิ่งถ้ามีคนแชร์ต่อ ๆ กันแล้วล่ะก็.. ธุรกิจของคุณจะกลายเป็นที่รู้จักได้อย่างไม่ยากเลย แถมตัว Google เองก็ให้ความสนใจกับตรงนี้มากซะด้วย ถ้ามีคนแชร์และคลิกเว็บไซต์ของเราเยอะ ๆ อันดับเว็บของเราก็พุ่งขึ้นได้อย่างไม่ยากเลย

3.) สร้าง Back link หรือที่เรียกว่า ลิงค์คุณภาพ

คือการสร้างลิงค์ ที่ไม่ใช่การสแปม (โพสต์ลิงค์ซ้ำ ๆ ) เข้าไปยังเว็บไซต์ของเรา ซึ่งอาจจะเป็นคนนอก เป็นลูกค้าของเราที่ก็อบลิงค์ไปโพสแจกจ่ายในวงเพื่อนฝูง คนรู้จักก็ได้ หรือการที่เราสร้างแบนเนอร์โฆษณาติดไว้ในเว็บดัง ๆ ที่มีคนรู้จักเยอะ และมีคนคอยกดคลิกเข้าชมเว็บไซต์ อย่างนี้ Google ก็จะมองว่าเว็บไซต์ของเรามีคุณภาพ มีคนอยากเข้าชมสูง และจัดอันดับไว้อยู่ต้น ๆ นั่นเอง

สรุปแล้ว ขายของออนไลน์ต้องทำ SEO หรือไม่ ก็อยู่ที่โจทย์ของธุรกิจนั้น ๆ ถือว่าเป็นสิ่งที่หากยังไม่ทำ ทำแล้วก็ยิ่งดี หากทำอยู่ ก็ขอให้ทำต่อไปเรื่อย ๆ สำหรับมือใหม่ ในช่วงแรกอาจจะท้อที่เห็นอันดับของตัวเองไม่ขยับ แถมบางทีอาจจะตกลงไปอีก เพราะการทำ SEO นั้นเป็นวิธีที่ถือว่าต้องใช้เวลาเหมือนกัน ต้องทุ่มเทสัก 1-2 เดือนจึงจะเห็นผลของความพยายาม แต่รับรองว่าถ้าร้านค้าของคุณติดอันดับท็อป ๆ ของ Search Engine แล้วล่ะก็ ผลลัพธ์ที่ได้มันคุ้มค่าจริง ๆ