คนที่ทำธุรกิจทุกคนต้องการ คงไม่พ้นอยากให้ธุรกิจของตนเองนั้นประสบความสำเร็จ แต่ทว่าการจะประสบความสำเร็จได้นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆมากมาย ต้องเข้าใจทั้งตลาด ทั้งลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ต้องรู้ว่าผู้บริโภคต้องการอะไร และเราจะสามารถมอบสิ่งนั้นให้ได้อย่างไร

ในยุคโลกาภิวัตน์เช่นนี้ คงไม่มีใครเถียงได้ว่า การตลาดออนไลน์ หรือที่เราเรียกว่า Digital Marketing นั้น เป็นปัจจัยใหญ่ปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จเลยทีเดียว แต่เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่ ทำให้ผู้ประกอบการหลายๆรายมักจะทำข้อผิดพลาดคล้ายๆกัน ซึ่งวันนี้เราขอรวบรวมมาเตือนใจให้ฟัง 11 ข้อด้วยกัน

 

 

1. ไม่เข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

สิ่งสำคัญที่สุดที่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จ คือการเข้าใจว่าตลาด และกลุ่มลูกค้าของตัวเองนั้น ต้องการสิ่งใด ถ้าผู้ประกอบการยังไม่เข้าใจว่าผู้บริโภคต้องการอะไรกันแน่ การขายก็จะเป็นไปอย่างง่อนแง่น มีรากฐานที่ไม่แข็งแรง ฉะนั้นก้าวแรกของผู้ประกอบการทุกคน ก็ควรจะศึกษาตลาดและกลุ่มเป้าหมายของตัวเองซะก่อน การทำการตลาด หรือผลิตสินค้าออกมาจะได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า

2. ไม่ยอมวางแผนล่วงหน้า

การวางแผน และจัดการอะไรให้เป็นระบบ คือกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ โดยการวางแผนที่ว่าไม่ใช่แค่การตั้งเป้าหมายกว้างๆ มีการประชุมระดมความคิด และตัดสินใจร่วมกันเท่านั้น แต่หมายถึงการเขียนเป็นแผนงานออกมา ว่าตอนนี้ธุรกิจต้องการอะไร มีจุดแข็งและจุดอ่อนตรงไหนบ้าง เป้าหมายแต่ละไตรมาสต้องการอะไร งบประมานที่มีอยู่ควรจะจัดสรรปันส่วนไปที่ไหนเพื่อผลประโยชน์สูงสุด เป็นต้น

3. ขาดการโฟกัส

เราไม่สามารถทำทุกอย่างได้ตั้งแต่จุดเริ่มต้น… นี่เป็นอะไรที่ผู้ประกอบการหลายๆคนลืมตระหนักไป และพยายามที่จะโตให้เร็วที่สุด พยายามทำทุกอย่างให้ได้เท่าเทียมกับคู่แข่งที่อยู่มาก่อน โดยลืมที่จะโฟกัสในสิ่งที่สำคัญเช่นการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับธุรกิจเสียก่อน

4. วางเป้าหมายที่เป็นไปไม่ได้

จริงอยู่ที่อาจจะมีแคมเปญการตลาดที่ได้ผลรวดเร็วทันใจเห็น ปล่อยคืนนี้ พรุ่งนี้เช้าเปรี้ยงปร้างเป็นพลุแตก แต่นั่นไม่ใช่เรื่องปกติ และมักจะเกิดอะไรอะไรที่เป็น Viral เท่านั้น คุณจึงไม่ควรใจร้อนคาดหวังว่าการตลาดที่ลงเงินไปจำเป็นจะต้องเห็นผลกลับมาในทันที ในเมื่อโดยปกติแล้ว แคมเปญที่ใช้ Social Media อย่าง Pay-Per-Click มักจะใช้เวลาเป็นเดือนหรือเดือนครึ่ง จึงจะเห็นผลลัพธ์เป็นรูปเป็นร่าง ส่วนแคมเปญที่เน้นการทำ SEO ก็ยิ่งนานเข้าไปใหญ่ อาจต้องใช้เวลาเป็นครึ่งปี-ปีหนึ่งเลยทีเดียว… นี่แหละที่ทำให้มีคำพูดว่า “การตลาดออนไลน์เหมือนการวิ่งมาราธอน ไม่ใช่วิ่งแข่ง 100 เมตร”

5. จัดงบประมาณไม่สมเหตุสมผล

ธุรกิจสตาร์อัพหลายต่อหลายธุรกิจล้มเหลวในการจัดสรรงบประมาณในการทำการตลาดออนไลน์ เพราะแม้แคมเปญการตลาดออนไลน์อาจจะสำเร็จได้ โดยใช้งบเพียงเล็กน้อย แต่นั่นหมายความว่าจะต้องมีการวางแผนด้านการลงทุนมาเป็นอย่างดี ไม่ใช่จ่ายเงินเพียงแค่นี้หรือแค่นั้น แล้วจะประสบความสำเร็จเลย ฉะนั้นสิ่งที่ควรทำคือ เลิกเสียเงินให้กับสิ่งที่คุณเองก็ไม่มั่นใจว่าจะได้ผลตอบรับที่ดีกลับมา และให้ทำในสิ่งที่คุณคิดมาดีแล้วว่า ได้ผลและมีประสิทธิภาพแน่นอน

6. ใช้ Social Media หลากหลายเกินไป

คงไม่มีใครเถียงได้ว่า การทำการตลาดผ่านทาง Social Media นั้นได้ผลดี รวดเร็ว และประหยัด ทว่าอะไรที่ดีแต่มากเกินไป ก็อาจกลายมาเป็นดาบสองคมทิ่มแทงตัวเองได้ สิ่งที่ควรทำไม่ใช้มันทุก Social Media (เพราะจะยากต่อการอัพเดทและดูแลอย่างทั่วถึง) แต่เป็นการใช้ Social Media ที่กลุ่มเป้าหมายใช้มากที่สุดเพียง 2-3 แพลตฟอร์มก็พอ
สำหรับประเทศไทย แพลตฟอร์ม Social Media ที่นิยมก็จะมี Facebook, Instagram และ Twitter

7. ละเลยการสร้างคอนเท้นท์ที่มีคุณภาพ

อาจจะไม่เชื่อ แต่ยุคนี้เป็นยุค Content is King ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ในการตลาดออนไลน์นั้นอยู่ที่ว่าคอนเท้นท์ของเรานั้นมีคุณภาพหรือไม่ คำว่าคุณภาพไม่เพียงต้องเป็นบทความที่มีประโยชน์เสมอไป แต่ที่แน่ๆคือจำเป็นจะต้องเป็นอะไรที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของคุณสนใจ และสามารถเปลี่ยนให้คนที่เข้ามาชมเฉยๆ กลายเป็นลูกค้าของคุณได้

8. ลืมที่จะสนับสนุนการดูจากสมาร์ทโฟน

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ในปัจจุบันมีการท่องเน็ตในแต่ละวันจากมือถือสมาร์ทโฟนสูงกว่าคอมพิวเตอร์เดสก์ทอปเสียแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเปิดแผนที่ ค้นหาสถานที่ อ่านรีวิว ซื้อของออนไลน์ แต่หลายๆ แบรนด์กลับยังไม่ได้ทำเว็บของตัวเองให้สนับสนุนการใช้จากมือถือ ทำให้พลาดโอกาสหลายๆ อย่างไปอย่างไม่รู้ตัว

9. ลืมที่จะวัดผลลัพธ์

การมีไอเดียเจ๋งๆ และทำให้มันเกิดขึ้นมานั้น ยังเป็นเพียงแค่ก้าวแรกของการทำการตลาดออนไลน์เท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญถัดมาคือ… การวัดผลลัพธ์ หลังจากการเปิดตัวสินค้าหรือปล่อยแคมเปญอะไรออกมา นักการตลาดที่ดีจำเป็นจะต้องวัดผล ROI (Return of Interest) เพื่อดูว่ากลยุทธ์ที่ลงทุนไปนั้น ได้ผลลัพธ์ตามเป้าหรือไม่ หากไม่ได้ตามที่วางแผนไว้ก็จะได้ปรับเปลี่ยนแผน หรือกลยุทธ์ได้ทันท่วงที

10. ใช้กลยุทธ์ SEO ดึกดำบรรพ์

การทำ SEO ก็ไม่ต่างจากการตามเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว การนำความรู้ยุคเก่ารุ่นดึกดำบรรพ์มาใช้นั้น แทนที่จะได้ผลดี กลับกลายเป็นผลร้ายเสียอีก ฉะนั้นหากธุรกิจจำเป็นจะต้องทำ SEO ผู้ประกอบการและนักการตลาดควรจะติดตามการเปลี่ยนแปลงที่พัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้งด้วย

11. ล้มเหลวในการประยุกต์กลยุทธ์แบบออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกัน

การตลาดออนไลน์ในยุคนี้สำคัญมาก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า การตลาดออฟไลน์แบบเดิมๆนั้นจะหมดความสำคัญ ตราบใดที่ ผู้คนยังขับรถผ่านป้ายบิลบอร์ด ยังดูโฆษณาในทีวี ยังฟังวิทยุอยู่ สิ่งที่ควรทำในยุคนี้คือ ประยุกต์การตลาดทั้งสองแบบเข้าด้วยกัน ให้สนับสนุนซึ่งกันและกันเอง เข้าถึงผู้ใช้และผู้บริโภคได้จากทุกระดับ เช่น ลงโฆษณาทางหนังสือพิมพ์พร้อมกับใส่ Social Media ที่ติดต่อได้เอาไว้ด้วย เป็นต้น

 

ที่มา : www.marketingprofs