businesswoman on the phone is sitting at a table full of paperwork

ปกติแล้วช่วงวัยก่อนอายุ 30 ปีเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการเรียนรู้สิ่งต่างๆ เราสามารถลองผิดลองถูกจากการเริ่มออกมาใช้ชีวิตในที่ทำงานจริง โดยคนในช่วงวัยดังกล่าวเราสามารถรับความเสี่ยงได้มาก อีกทั้งมีพลังในการลองผิดลองถูกได้มากกว่าวัยผู้ใหญ่ สามารถทำงานหนักได้ อีกทั้งวัยดังกล่าวยังเหลือเวลาให้ลองผิดลองถูกอีกมาก พร้อมที่จะกลับไปเริ่มต้นนับ 1 ได้ตลอดเวลา ผู้คนควรจะใช้ช่วงดังกล่าวค้นหาตัวเองและสร้างรากฐานความมั่นคงให้เร็วที่สุด  หางานที่ชอบ งานที่ใช่ และวางแผนการทำงานของทั้งชีวิต แต่เมื่อก้าวย่างเข้าสู่ช่วงอายุมากขึ้นภาระหน้าที่และความเสี่ยงก็จะตามอีก ถ้าหากผู้นั้นได้แต่งงานและมีลูก ภาระยิ่งมากขึ้น ผมจึงอยากมาแชร์ประสบการณ์ให้กับทุกคนได้ฟังครับ

baby love

ผมเคยตั้งคำถามกับตัวเองและคนรอบตัวว่า “เป้าหมายจริงๆ ในอนาคตของคุณคืออะไร” มักจะได้รับคำตอบที่แตกต่างกันไปตามความใฝ่ฝันและความชอบของแต่ละคน แต่สิ่งที่น่าสนใจอยู่ในคำถามถัดไปคือ “เริ่มแล้วยัง” และ “แล้วตอนนี้ทำไปถึงไหนแล้ว” เชื่อไหมครับว่าส่วนใหญ่มักตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า… “ยังไม่ได้ทำ”  นั้นก็คือเหตุผลของคนส่วนใหญ่ที่ผมสรุปเหตุผลของ “ความล้มเหลว” แม้ว่าการเริ่มต้นทำนั้นอาจจะไม่มีอะไรสามารถการันตีได้ว่าคุณจะทำสิ่งนั้นๆ ได้สำเร็จมากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งที่ผมมั่นใจได้อย่างหนึ่งคือหากคุณไม่ลงมือทำ คุณก็จะไม่ประสบความสำเร็จ และยังคงยืนอยู่ตรงที่เดิมอย่างแน่นอน

ลองคิดดูนะครับว่าการเริ่มต้นที่จะทำอะไรบ้างอย่าง โดยสมมุติว่ามีการลงทุนจำนวนกว่า 100,000 บาท  คุณจะได้มีโอกาสที่เป็นไปได้อยู่ 3 รูปแบบคือ
1.    ล้มเหลว        ขาดทุนทั้งหมด 100,000 บาท + ได้ประสบการณ์
2.    เสมอตัว        เท่าทุนบวกลบไม่มากจากเงินที่ลงทุนไป + ได้ประสบการณ์
3.    สำเร็จ           ได้ผลกำไรตามที่คาดหวังหรือมากกว่านั้น + ได้ประสบการณ์ (เป้าหมายทุกคนต้องการ)

ผมว่าเป็นใครก็อยากประสบความสำเร็จเหมือนในข้อที่ 3 ที่ได้ทั้งกำไรและประสบการณ์ หรืออย่างน้อยก็ขอเท่าทุนเหมือนข้อ 2 บวกกับประสบการณ์ก็ยังดี  ซึ่งหากคุณได้เจอสองข้อนั้นเหล่านั้นก็โชคดีด้วยครับ แต่ในความเป็นจริงแล้วคนส่วนใหญ่มักเจอกับผลลัพธ์ข้อ 1 ซึ่งผมอยากให้ลองคิดและเปิดมองในมุมมองดูว่า

  1. หากคุณขาดทุนและเสียเงินไปทั้งหมด 100,000 บาท ลองมานั่งคิดดูว่าคุณใช้เวลาทำงานเก็บเงินกี่เดือนในการหาคืนมา ซึ่งหากใช้เวลาไม่ถึง 1 ปี มันก็น่าเสี่ยงไม่ใช่หรอครับ? ซึ่งการเริ่มต้นทำให้เกิดประสบการณ์ ก่อให้เกิดการขยายตัวของธุรกิจจนประสอบความสำเร็จ ส่งผลให้คุณสามารถสร้างรายได้มหาศาลให้กับคุณก็เป็นได้ แต่ถ้าคุณกลับไปที่ศูนย์ ก็แค่เก็บเงินใหม่อีกแค่ 1 ปีเอง
  2. ก่อนจะลงทุนลองคิดว่าเงินจำนวนนี้มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตมั้ย หรือคุณแค่กลัวการขาดทุนจนเกินไปเท่านั้น
  3. ถ้าวันนี้คุณไม่กล้าที่จะเสี่ยง แล้วจะไปเสี่ยงตอนที่อายุมากขึ้น บวกกับภาระที่มากขึ้นอย่างนั้นหรอครับ?
  4. แม้คุณจะล้มเหลว แต่คุณยังได้ประสบการณ์จริงจากการทำงานที่คุณไม่สามารถเรียนรู้จากห้องเรียน หรือการบอกเล่าของใครได้เลย “ไปเรียนโรงเรียนชีวิตกันเถอะครับ”
  5. ลงมือทำโอกาสสำเร็จ “ยังมี” แต่หากไม่ทำโอกาสสำเร็จเป็น “ศูนย์” แน่นอน

สุดท้ายแล้วหากวันนี้คุณล้มเหลว จงนำความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมาเป็นบทเรียนแก้ไขปัญหาในครั้งต่อไป รวมไปถึงการพัฒนาตนเองด้วยการศึกษาหาความรู้อย่างต่อเนื่อง เพราะในโลกแห่งความเป็นจริงความสำเร็จไม่เคยมีทางลัดหรือเปิดโอกาสให้กับคนที่ยอมแพ้ก่อนหรอกครับ คนที่สำเร็จล้วนแล้วต้องเจอกับปัญหาอุปสรรคและความล้มเหลวมากกว่าคนทั่วไปเป็นร้อยครั้งพันครั้งกว่าพวกเขาเหล่านั้นจะได้มันมา คนที่ประสบความสำเร็จก็คือคนที่มีความสามารถในการแก้ปัญหาเก่งนั้นหละครับ ถ้าวันนี้คุณไม่เริ่มต้นก้าวแรกเพื่อการเรียนรู้ แล้วความฝันของคุณจะเป็นจริงขึ้นมาได้ยังไงกัน