Growing a plant. Hands holding and nurturing tree growing on fertile soil / nurturing baby plant / protect nature / Agriculture

การออมเงินก็คือ การเก็บเงินที่เหลือจากค่าใช้จ่ายสำหรับเอาไว้ใช้ในเวลาที่จำเป็นในอนาคต เช่น การออมเงินเพื่อเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉิน การออมเพื่อเกษียณ การออมเพื่อซื้อสินค้าบางประเภท เป็นต้น สำหรับการออมนั้นมีหลากหลายประเภทแตกต่างกันออกไป ซึ่งเราสามารถเลือกออมเงินได้ตามแนวทางและวิธีการที่ถนัด ดังต่อไปนี้

  1. การออมในบัญชีเงินฝาก เป็นการออมที่เรียกได้ว่าออมแบบง่ายๆ เพราะสามารถทำได้เพียงแค่ไปติดต่อธนาคารใดก็ได้ เพื่อขอเปิดบัญชีธนาคาร (จะเป็นฝากแบบออมทรัพย์ หรือฝากแบบประจำก็ได้) จากนั้นฝากเงินเข้าบัญชีเป็นประจำ วิธีการนี้มีข้อดีคือมีความปลอดภัยสูง ฝากเงินเมื่อไหร่ก็ได้ อย่างไรก็ตามข้อเสียของวิธีนี้คือมักให้ผลตอบแทนคือดอกเบี้ยที่ต่ำ
  2. ออมเงินในหุ้น เป็นวิธีการออมที่สามารถให้ผลตอบแทนสูง จึงทำให้ได้รับความนิยมอย่างมาก หลายๆ คนนั้นมักเอาเงินออมมาต่อยอดให้เพิ่มดอกผลได้จากการซื้อหุ้น ข้อดีของวิธีการนี้ก็อย่างที่บอกว่าให้ผลตอบแทนที่สูง สามารถซื้อขายได้ตามที่ต้องการ แต่ข้อเสียของวิธีการนี้ก็มีเช่นกัน นั่นคือมันมักจะมีความเสี่ยงสูงพอสมควรครับ
  3. ออมในประกันชีวิต ประกันชีวิตนั้นเป็นการออมอย่างหนึ่ง ที่สามารถก่อให้เกิดผลตอบแทนที่สูงได้ แถมยังมีเรื่องของการคุ้มครองชีวิตจากอุบัติเหตุอีกด้วย การออมในเงินประกันยังสามารถนำเอามาใช้ลดหย่อนภาษีด้วยเช่นกัน ข้อดีของการออมแบบนี้คือให้ผลตอบแทนที่สูง ช่วยลดหย่อนภาษี คุ้มครองอุบัติเหตุ แต่ข้อเสียของมันก็คือมักจะใช้เวลาออมที่ยาวนาน เช่น บางกรมธรรม์กำหนดไว้ว่าจะสามารถรับผลประโยชน์ได้เมื่อ 20 ปีให้หลัง เป็นต้น
  4. ออมเงินในกองทุนรวมหุ้น LTF/RMF เป็นการลงทุนผ่านกองทุนรวม ที่จะมีการได้รับผลประโยชน์ที่สูงพอสมควร ข้อดีของการลงทุนด้วยวิธีนี้ นอกจากเรื่องผลตอบแทนสูงแล้ว ยังมีเรื่องของความปลอดภัย และการใช้ในเรื่องของการลดหย่อนภาษีด้วย อย่างไรก็ตามข้อเสียของการออมเงินในกองทุนรวมดังกล่าวก็คือ มักจะต้องใช้เวลานาน ในการได้รับผลตอบแทนครับ
  5. ออมเงินด้วยการลงทุนในกองทุนรวมอื่นๆ (ที่ไม่ใช่ LTF/RMF) เป็นการลงทุนที่คล้ายกับข้อ (4) กล่าวคือจะเป็นการซื้อกองทุนรวม ข้อดีของการออมผ่านวิธีนี้คือมีผลตอบแทนที่ค่อนข้างดี และสามารถกระจายความเสี่ยงในการลงทุนได้ นอกจากนั้นก็ยังมีมืออาชีพช่วยดำเนินการให้ โดยที่เราไม่ต้องดูแลเองอีกด้วย สำหรับข้อเสียของวิธีนี้ ก็คืออัตราดอกเบี้ยมักจะมีความผันผวนไม่แน่นอน
  6. ออมในอสังหาริมทรัพย์ เป็นการออมโดยการซื้ออสังหาริมทรัพย์เก็บไว้ เช่น บ้าน ที่ดิน อาคารพาณิชย์ ข้อดีคือสามารถใช้เก็งกำไรได้ในอนาคต และสามารถปล่อยเช่าเพื่อผลตอบแทนได้ แต่ข้อเสียคือมักต้องใช้เงินลงทุนสูง และทำให้คุณมีสภาพคล่องต่ำ