Credit Illustration by Jon Han

ประกันชีวิตเป็นสิ่งหนึ่งที่หลายๆ ท่านได้มองข้ามไป บ้างก็เห็นว่าเรายังมีชีวิตอีกยืนยาวจะจ่ายเงินสำหรับประกันชีวิตไปทำไม บ้างก็เห็นว่าไม่มีเงินเหลือพอที่จะจ่ายสำหรับเบี้ยประกันชีวิต ซึ่งถ้าจะมองอีกมุมหนึ่งแล้วประกันชีวิตก็ถือเป็นเงินออมรูปแบบหนึ่งเช่นกัน นอกจากจะคุ้มครองกรณีที่เสียชีวิตก่อนที่กรมธรรม์ประกันชีวิตครบอายุ ยังสามารถเป็นเงินออมยามเกษียณเมื่อเราใช้ครบกำหนดระยะเวลาตามกรรมธรรม์ประกันชีวิต โดยเราสามารถแบ่งประกันชีวิตได้ออกเป็น 3 ประเภท ดังต่อไปนี้

  1. ประเภทสามัญ เป็นประกันชีวิตทั่วไปที่มีจำนวนเงินเอาประกันภัยค่อนข้างสูง ตั้งแต่ 50,000 ถึงหลายล้านบาท โดยในหนึ่งกรรมธรรม์จะมีผู้เอาประกันเพียงแค่ 1 คนเท่านั้น ซึ่งเหมาะสมกับผู้มีรายได้ปานกลางขึ้นไป โดยการชำระเบี้ยถูกเป็นออกเป็นหลายระดับ เช่น รายปี รายหกเดือน รายสามเดือน หรือรายเดือน โดยมีระยะเวลาผ่อนผันเบี้ยประกันไม่เกิน 1 เดือน
  2. ประเภทอุตสาหกรรม เป็นประกันชีวิตที่มีจำนวนเงินเอาประกันภัยค่อนข้างต่ำ ตั้งแต่ 10,000 ถึง 30,000 บาท โดยในหนึ่งกรรมธรรม์จะมีผู้เอาประกันเพียงแค่ 1 คนเท่านั้น ซึ่งเหมาะสมกับผู้มีรายได้ปานกลางจนถึงรายได้ต่ำ โดยชำระเบี้ยประกันเป็นรายเดือน ซึ่งมีระยะเวลาผ่อนผันเบี้ยประกันไม่เกิน 60 วัน
  3. ประเภทกลุ่ม เป็นประกันชีวิตที่มีผู้เอาประกันชีวิตตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ภายใต้กรรมธรรม์ฉบับเดียวในระยะเวลาหนึ่งเท่านีั้น ซึ่งเหมาะกับการประกันชีวิตในรูปแบบบริษัท ห้างร้าน หน่วยงานของรัฐ เป็นต้น โดยการชำระเบี้ยประกันของกลุ่มนี้จะต่ำกว่าประเภทสามัญและประเภทอุตสาหกรรม ตามจำนวนผู้เอาประกันภัย

ที่นี้เราก็รู้จักประกันประเภทต่างๆ แล้ว ซึ่งคนทั่วไปมักจะคุ้นชินกับประกันประเภทสามัญเสียมากกว่า เนื่องจากเป็นประกันที่ทุกคนทำกันเอง แต่สำหรับประกันประเภทอุตสาหกรรม และประกันประเภทกลุ่มจะเป็นหน่วยงาน หรือองค์กรธุรกิจทำเพื่อลดความเสี่ยง และเป็นสวัสดิการของพนักงานนั้นเอง