Business Man. Business man using tablet research data for business planning. Business man background. Business working and business people concept. Business Strategy. Business man over sunny and business data background, business content.

หลักการสำคัญของ Money Management ก็คือ คุณต้องมี Money ให้ Manage!!

ถ้าคุณเทรด Forex แล้วพอร์ตขาดทุนจนไม่เหลือ ก็เปรียบเหมือนกับคุณแพ้สงคราม การจัดการเงินทุนในแต่ละครั้งที่เทรด เปรียบกับการนำกองกำลังไปสู้กับฝ่ายตรงข้าม คุณจำเป็นต้องวางแผนให้รัดกุม ไม่ใช้ทรัพยากรที่มีอย่างสิ้นเปลือง เพื่อให้ได้ชัยชนะกลับมา

Money Management คือศาสตร์ในการบริหารหน้าตักให้พอร์ตมีสภาวะติดลบน้อยที่สุด (drawdown) ลองคิดภาพดูครับ ถ้าคุณลงทุนด้วยเงิน 100,000บาทในวันนี้ คุณเข้าซื้อหุ้น 1 ตัวที่ราคา 50 บาท จำนวน 500 หุ้น เป็นมูลค่ารวม 25,000 บาทหรือ 25% ของพอร์ตโดยที่คิดว่ามันต้อง…

Money Management คือศาสตร์ในการบริหารหน้าตักให้พอร์ตมีสภาวะติดลบน้อยที่สุด (drawdown) ลองคิดภาพดูครับ ถ้าคุณลงทุนด้วยเงิน 100,000บาทในวันนี้ คุณเข้าซื้อหุ้น 1 ตัวที่ราคา 50 บาท จำนวน 500 หุ้น เป็นมูลค่ารวม 25,000 บาทหรือ 25% ของพอร์ตโดยที่คิดว่ามันต้องขึ้นแน่ๆ เวลาผ่านไปยิ่งถือราคายิ่งลงจนเหลือ 30 บาท/หุ้น เท่ากับคุณเหลือมูลค่าหุ้นรวมทั้งสิ้นแค่ 15,000 บาทขาดทุนไป 10,000 บาทเท่ากับว่าตอนนี้พอร์ตของคุณเหลือมูลค่าแค่ 90,000 บาท

ลองคำนวณกันเล่นๆนะครับ  🙂

เงิน 100,000 ทำให้เป็น 110,000 คือ 10%

แล้วเงิน 90,000 ที่คุณเหลือในวันนี้จะทำให้เป็น 110,000 บาท คิดเป็นกี่ % ที่คุณต้องหา ??

คำตอบคือ 22.22% !!!!

เยอะไหมละครับ ?

พอเห็นภาพกันไหมครับว่าถ้าเราบริหารความเสี่ยงไม่ดีแล้วติดอยู่ในสภาวะพอร์ตติดลบหรือที่เค้าเรียกกันว่า drawdown เนี่ย การที่จะกลับไปอยู่ ณ จุดที่เท่าทุนก็ว่ายากแล้ว การที่จะนำตัวเองไปสู่จุดที่เรียกว่ากำไรยิ่งยากกว่า หลายๆคนเวลาขาดทุนก็ปลอบใจตัวเองจนทำให้มองไม่เห็น fact ที่แท้จริงข้อนี้จนทำให้เทรดไปเทรดมาก็ไม่ไปไหนสักทีมีแต่รอวันแย่ลง

การติดอยู่ในสภาวะพอร์ตติดลบส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เกิดจากการ overtrade เป็นส่วนใหญ่ จากที่ผมยกตัวอย่างข้างต้นไปที่ลงทุนด้วยเงินจำนวนถึง 25% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ถือว่าค่อนข้างเยอะมากๆในทางสถิติ จริงอยู่ที่ถ้าเราเดาถูก มันก็ได้เงินมาก แต่ถ้าเราเดาผิดผลซึ่งเกิดขึ้นค่อนข้างบ่อยในตลาดที่อะไรก็เกิดขึ้นได้ ผลก็จะออกมาอย่างที่ผมได้ยกตัวอย่างไป

ที่แย่ไปกว่านั้นก็คืออะไรจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณเก็งผิดสัก 4-5 ติดต่อกัน ? ลองคิดดูกันเองนะครับ

% equity ที่จะเสี่ยง การโอเวอร์เทรดและสถิติ Risk of ruin

อะไรก็เกิดขึ้นได้ในตลาดเสมอเป็นคำที่ผมคิดว่าทุกคนควรจะท่องไว้ในใจเสมอ เพื่อไม่ให้ความโลภเข้าครอบงำจนเข้าสู่ภาวะความเสี่ยงจากการโอเวอรเทรด

การเจ๊งจากการโอเวอร์เทรดมีที่มาจากความสัมพันธ์ระหว่างสถิติ ยกตัวอย่างเช่น ระบบเทรดระบบนึงมี win rate อยู่ที่ 50% แต่ไม่ได้มีอะไรมาการันตีว่า 10 เทรดแรกที่คุณเทรดคุณจะไม่แพ้หมด ในตลาดแห่งนี้ที่คาดเดาไม่ได้คุณสามารถแพ้ 10 ครั้งติดต่อกันได้ ถึงแม้ % ในการเกิดจะมีไม่เยอะเท่าไหร่แต่ถ้ามันเกิดขึ้นมาทีนึงไม่ต้องคิดเลยครับว่าความฉ*บหายขนาดไหนจะรออยู่

ลองเทียบเล่นๆแบบไม่คำนวณทบต้น

นาย A เสี่ยงต่อการเทรดครั้งนึงเป็นจำนวน 2% ของพอร์ต

นาย B เสี่ยงต่อการเทรดครั้งนึงเป็นจำนวน 10% ของพอร์ต

ถ้าหากสองคนนี้ผิดติดต่อกัน 5 ครั้งติดต่อกัน..

นาย A จะเหลือเงินในพอร์ต 90% จากเงินต้นซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ไม่ได้อันตรายมาก ในขณะที่นาย B จะเหลือเงินอยู่เพียง 50% จากเงินต้น….

หายไปขนาดนี้เอาเงินที่เหลือไปซื้อเม็ดมะเขือมาปลูกขายยังดูมีอนาคตกว่า…

เห็นไหมครับว่า % equity ที่เราเสี่ยงต่อครั้งนึงในการเทรดมีผลอย่างมากกับอนาคตของพอร์ตของเราเมื่อนำเรื่องสถิติเข้ามาคำนวณ

เพิ่มพลังด้วย Reward Risk ratio

หลังจากที่เรียนรู้เรื่องภัยร้ายของ Drawdown หรือภาวะพอร์ตติดลบกันไปแล้วก็มาถึงตัวพระเอกของศาสตร์ Money Management กันครับ

Reward:Risk Ratio คืออัตราจากผลตอบแทนที่เราคาดหวังต่อจำนวนเงินที่เราเสี่ยงต่อครั้ง ยิ่ง RR มากยิ่งทำให้เราห่างไกลจาก drawdown ได้ดีขึ้น

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพกันชัดๆ

เช่น นาย A เข้าซื้อหุ้น ABC ที่ราคา 52 บาท โดยตั้งจุด stop loss ไว้ที่ราคา 50 บาท (risk 2 บาท) และ take profit ไว้ที่ราคา 56 บาท (reward 4 บาท)

จะเห็นได้ว่าผลตอบแทนที่นาย A จะได้เป็นสองเท่าของความเสี่ยง หรือ RR Ratio = 2 จะทำให้ในระยะยาวความเป็นไปได้ที่จะติด drawdown ของนาย A ลดลง นาย A เทรดแพ้สองที เทรดชนะทีนึงก็ได้ส่วนที่เสียไปของสองครั้งก่อนคืนหมด ทำให้โอกาสอยู่รอดในตลาดของนาย A เพิ่มขึ้น

กลับกันคนส่วนใหญ่ที่โดนเขี่ยออกจากตลาด หรืออยู่ในกระบวนการโดนเขี่ยมักตัดสินใจ take profit ในอัตราที่ไม่คุ้มกับความเสี่ยงมากๆ (เพราะส่วนใหญ่ขาดทุนก็ถือยาว หวังว่ามันจะกลับมากำไรสักวัน หรือถ้ากำไรก็กลัวกำไรหายรีบ take กำไรจนไม่คุ้มกับความเสี่ยง)

อย่างไรก็ตาม RR Ratio ที่ดีนั้นขึ้นอยู่กับ strategic ของแต่ละคนเป็นหลัก ไม่มีหลักตายตัวแน่นอนว่าควรเป็นเท่าไร แต่ที่แน่ๆ มันควรจะมากกว่า 1 ก็จริงอยู่ที่น้อยกว่า 1 ก็ได้แต่คุณก็จำเป็นที่จะต้องมี win rate จำนวนมหาศาลมาชดเชยเช่นเดียวกัน ก็ลองไปประยุกต์ใช้กันดูนะครับ

ประโยชน์ของการบริหารหน้าตัก ก็คือ จะช่วยให้คุณอยู่ในตลาดได้นานขึ้น ทำให้กลยุทธ์ที่ใช้ ทำกำไรได้มากขึ้น ช่วยเลื่อนการล้างพอร์ตของคุณออกไป ทำให้คุณเทรดได้อย่างมีวินัย ลดความกลัวในการเทรดลง ฯลฯ ที่สำคัญการบริหารหน้าตักเป็นสิ่งที่เทรดเดอร์ชั้นเซียนมีกันทุกคน อย่างที่ผมกล่าวไว้ในบทความ 3 เคล็ดลับสร้างกลยุทธ์ทำกำไรในตลาด Forex สิ่งนี้เป็นตัวช่วยให้เทรดเดอร์ธรรมดา ก้าวมาเป็นเทรดเดอร์ชั้นเซียนได้ ผมยืนยันว่า ชีวิตคุณจะง่ายขึ้น ถ้ารู้จักกับ Money Management ครับ