Derivative Warrants :DW เป็นเครื่องมือลงทุนที่มีประสิทธิภาพตัวหนึ่งที่มี leverage หรือตัวคูณที่นักลงทุนหลายๆ ท่านให้ความสนใจ  แต่อย่างไรก็ดีการลงทุนที่มีโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนสูงย่อมตามมาด้วยความเสี่ยงที่สูงเช่นกัน  ดังนั้นทางเรามีประเด็นต่างๆ ให้ท่านได้ลองศึกษาข้อมูล และรายละเอียดดูก่อนที่จะลงทุนกับ DW กันครับ

1) เริ่มจากนักลงทุนวิเคราะห์หุ้นอ้างอิงที่ตนสนใจโดยศึกษาจากข้อมูลข่าวสารหรือบทวิจัยล่าสุดที่เกี่ยวข้อง  เพื่อคาดการณ์ทิศทางราคาของหุ้นอ้างอิงนั้นๆ
   1.1) หากคาดการณ์ว่าราคาหุ้นอ้างอิงจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้ ให้นักลงทุนเลือกซื้อ Call Warrant
1.2) หากคาดการณ์ว่าราคาหุ้นอ้างอิงจะปรับตัวลดลงในอนาคตอันใกล้ ให้นักลงทุนเลือกซื้อ Put Warrant
1.3) หากคาดการณ์ว่าราคาหุ้นอ้างอิงทรงตัวหรือไม่เปลี่ยนแปลงมากนักในอนาคตอันใกล้ ให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนใน DW

2) ในการตัดสินใจเลือกซื้อ DW ของผู้ออกแต่ละรายให้นักลงทุนพิจารณา Indicator ดังต่อไปนี้ ซึ่งสามารถติดตามได้จาก
    
2.1) อัตราทดจริง (Effective Gearing) เป็นเครื่องมือในการวัดความเสี่ยงด้านราคา DW (Effective Gearing ของ DW 3 เท่า หมายถึง ถ้าราคาหุ้นอ้างอิงเปลี่ยนไป 1% ราคา DW จะเปลี่ยนแปลงประมาณ 3%) ทั้งนี้ Effective Gearing ที่สูงทำให้นักลงทุนสามารถได้รับกำไร/ขาดทุนในปริมาณที่สูงเทียบกับเงินลงทุน โดยเลือกลงทุนให้เหมาะกับความเสี่ยงที่ตนสามารถยอมรับได้ ห

   2.2) ความอ่อนไหว (Sensitivity) เป็นเครื่องมือในการวัดความแกว่งตัวด้านราคา (Sensitivity ของ DW เท่ากับ 2 หมายถึง ถ้าราคาหุ้นอ้างอิงเปลี่ยนไป 1 ช่องราคา  ราคา DW จะเปลี่ยนแปลงประมาณ 2 ช่องราคา) ทั้งนี้ Sensitivity ที่สูงจะทำให้นักลงทุนเห็นการเคลื่อนไหวของราคา DW ได้เป็นอย่างดีเมื่อราคาหุ้นอ้างอิงเปลี่ยนไป

   2.3) Time decay เป็นค่าที่บอกว่าเมื่อเวลาผ่านไป1 วัน ราคา DW จะลดลงกี่เปอร์เซนต์ (กำหนดตัวแปรอื่นๆ ไม่เปลี่ยนแปลงเช่น ราคาหุ้นอ้างอิง)  ดังนั้นนักลงทุนควรหลีกเลี่ยงการถือ DW ที่มี Time Decay สูง เป็นระยะเวลานาน เนื่องจากราคา DW อาจเคลื่อนไหวไม่สอดคล้องกับราคาหุ้นอ้างอิงตามที่ควรจะเป็น  ซึ่งโดยทั่วไป DW ที่มีค่า Time Decay สูงๆ มักจะเป็น DW ที่มีอายุคงเหลือไม่มากนักเช่น น้อยกว่า 2 เดือน  

   2.4) ความผันผวนแฝงของราคา (Implied Volatility : IV) ควรเปรียบเทียบ IV ของ DW ที่เลือกไว้กับ DW ตัวอื่นที่มีสินค้าอ้างอิงเหมือนกัน โดย DW ที่มี IV ต่ำกว่าอีกตัว หมายความว่า DW ตัวนั้นถูกกว่า นอกจากนี้ควรเลือกซื้อ DW ที่ค่า IV ในอดีตไม่ผันผวนมากนัก เนื่องจากค่า IV ที่ไม่ผันผวนจะส่งผลให้ราคาของ DW เคลื่อนไหวสอดคล้องกับราคาหุ้นอ้างอิงตามที่ควรจะเป็น 

   2.5) All-in-premium เป็นค่าที่บอกว่าการซื้อ DW และแปลงสภาพเป็นหุ้นอ้างอิงทันที แพงกว่าการซื้อหุ้นอ้างอิงโดยตรงมากเท่าใด เนื่องจากการลงทุนใน DW ต้องคำนึงถึงต้นทุนที่ได้มาว่าถูกหรือแพงอย่างไร เพื่อนักลงทุนจะได้ประเมินโอกาสในการทำกำไรได้ ทั้งนี้  All-in-premium พิจารณาได้เช่นเดียวกับความผันผวนแฝง แต่ให้นักลงทุนเปรียบเทียบระหว่าง DW บนสินค้าอ้างอิงตัวเดียวกันที่มีอายุคงเหลือใกล้เคียงกันเท่านั้น เนื่องจาก DW ที่มีอายุคงเหลือมากกว่ามีแนวโน้มที่ All-in-premium จะสูงกว่า 

   2.6) % การถือครอง DW โดยนักลงทุนควรเลือก DW ที่ % การถือครองโดยนักลงทุนไม่สูงมากนัก เนื่องจาก DW ที่มีการถือครองโดยนักลงทุนสูงๆ ราคา DW จะถูกกำหนดโดยความต้องการซื้อและความต้องการขายของนักลงทุนเพียงอย่างเดียวเช่นเดียวกับหลักทรัพย์ทั่วไป ดังนั้นราคาของ DW อาจไม่ได้เคลื่อนไหวตามหุ้นอ้างอิง เนื่องจากผู้ดูแลสภาพคล่องมีหุ้นอ้างอิงไม่เพียงพอที่จะสามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ดี% การถือครอง DW จะมีการประกาศทุกสิ้นเดือน ซึ่งอาจเป็นข้อมูลที่ไม่ Update สำหรับนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนใน DW ในขณะนั้นมากนัก ดังนั้นทาง บล. บัวหลวงจึงจัดทำ Indicator  อีกตัวหนึ่งซึ่งเรียกว่า Real-time Indicative Price เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว
 
   2.7)  Real-time Indicative price หรือราคาเสนอซื้อ DW เบื้องต้นโดยผู้ดูแลสภาพคล่องเพื่อให้นักลงทุนสามารถตรวจสอบว่าราคา DW ที่ซื้อขายอยู่ในปัจจุบันเป็นราคายุติธรรมหรือไม่ โดยแนะนำให้นักลงทุนเลือกซื้อ DW ที่มีราคาเสนอซื้อในกระดานใกล้เคียงกับ Indicative Price และให้หลีกเลี่ยงการซื้อ DW ที่มีราคาเสนอซื้อในกระดานสูงกว่า Indicative Price มากๆ เนื่องจากราคาเสนอซื้อเสนอขาย DW ในกระดานเป็นของนักลงทุนด้วยกันเอง ซึ่งมีความเป็นไปได้อย่างสูงที่ราคา DW จะมีแนวโน้มปรับตัวลดลงในอนาคตอันใกล้ซึ่งสุดท้ายจะวิ่งเข้าหา Indicative Price 

   2.8) การดูแลสภาพคล่องของผู้ออก DW เลือกลงทุน DW จากผู้ออกที่มีการดูแลสภาพคล่องอย่างมีประสิทธิภาพด้วย โดยพิจารณาจาก DW ที่
       i. ราคา DW และราคาหุ้นอ้างอิงเคลื่อนไหวสอดคล้องกัน ในระหว่างวัน 
       ii. ปริมาณเสนอซื้อและเสนอขาย (Bid-Offer) เพียงพอ ต่อการซื้อเข้าหรือขายออกของนักลงทุน 
       iii. การตั้งราคา Bid-Offer ไม่ห่างและเป็นไปอย่างต่อเนื่อง