ตราสารอนุพันธ์ (DW) เป็๋นรูปแบบการลงทุนรูปแบบหนึ่งที่ต่างจากหุ้นทั่วไปในตลาด โดยที่เราสามารถซื้อทั้งขาขึ้นและขาลง และมีอัตราทดที่สูงทำให้ได้เงินเร็ว หรือเสียเงินเยอะเช่นกัน เมื่อเป็นการลงทุนที่มีอัตราเสี่ยงสูงผู้ลงทุนจึงจำเป็นต้องศึกษาให้มากขึ้นก่อนที่จะคิดลงทุน โดย DW แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

1. Call DW หรือ DW ที่ให้สิทธิในการซื้อหุ้นอ้างอิงในหุ้นขาขึ้น นักลงทุนควรเลือกลงทุนใน Call DW เมื่อมีมุมมองเป็นบวกต่อราคาหุ้นอ้างอิง จะพูดง่ายๆ นั่นก็คือหากเราคิดว่าราคาหุ้นอ้างอิงจะขึ้น จึงจะซื้อในรูปแบบการ Call นั้นเอง

    ราคาของ Call DW = มูลค่าที่แท้จริง + มูลค่าเวลา 
                    = [(ราคาหุ้นอ้างอิง – ราคาใช้สิทธิ) / อัตราใช้สิทธิ] + มูลค่าเวลา

ตัวอย่างเช่น
นายแม๊กซ์ต้องการซื้อ DW ที่อ้างอิงกับหุ้น ABC ออกโดย บล.บัวหลวง รุ่นที่ 1 ซึ่งมีชื่อย่อเป็น ABC01CA อายุ 4 เดือน โดยมีราคาใช้สิทธิที่ 100 บาท อัตราใช้สิทธิ 1 DW : 1 หุ้นอ้างอิง ราคา DW 10 บาท

ในกรณีที่อายุคงเหลือเท่าเดิม แต่ราคาหุ้นเปลี่ยนแปลงไป ราคา DW จะเปลี่ยนแปลงไปดังนี้

ราคาหุ้น ABC (บาท) ราคา DW *
มูลค่าที่แท้จริง (บาท) มูลค่าเวลา (บาท) ราคา DW (บาท)
100 0 5 5
103 3 5 8
105 5 5 10
108 8 5 13
115 10 5 15

กรณีที่อายุคงเหลือน้อยลง และราคาหุ้นเปลี่ยนแปลงไป ราคา DW จะเปลี่ยนแปลงไป ดังนี้

สัปดาห์ที่ ราคาหุ้น ABC (บาท) ราคา DW *
มูลค่าที่แท้จริง (บาท) มูลค่าเวลา (บาท) ราคา DW (บาท)
1 105 5 5 10
2 103 3 4.5 7.5
3 107 7 4 11
4 110 10 3.5 13.5
5 115 15 2.5 17.5

ราคา DW ที่นำมาแสดงนี้เป็นเพียงตัวอย่างสมมติ เพื่อให้นักลงทุนเข้าใจกลไกลการเปลี่ยนแปลงของราคาได้ง่ายขึ้น ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าตัว DW นั้นมีอัตราทดกับระยะเวลาที่ทำให้เกิดความเสี่ยงที่สูงขึ้น โดยนักลงทุนส่วนใหญ่จะถือ DW ไว้ไม่นาน

ผลตอบแทนจากการลงทุนใน Call DW ณ วันครบกำหนดอายุ

ผลตอบแทนของ Call DW = (ราคาหุ้นอ้างอิง – ราคาใช้สิทธิ) / อัตราใช้สิทธิ

ดังนั้น นักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนสูงขึ้น เมื่อราคาหุ้นอ้างอิงสูงขึ้น แต่อย่าลืมคิดประเด็นของระยะเวลา (Time Decay) ด้วย

Put DW หรือ DW ที่ให้สิทธิในการขายหุ้นอ้างอิงในขาลงนั่นเอง นักลงทุนควรเลือกลงทุนใน Put DW เมื่อมีมุมมองเป็นลบต่อราคาหุ้นอ้างอิง นั่นก็คือกรณีที่เราคิดว่าราคาหุ้นอ้างอิงจะลง จึงจะซื้อ DW ตัวนั้นในขา Put 

    ราคาของ Put DW = มูลค่าที่แท้จริง + มูลค่าเวลา 
                   = [(ราคาใช้สิทธิ – ราคาหุ้นอ้างอิง) / อัตราใช้สิทธิ] + มูลค่าเวลา

ตัวอย่างเช่น
นายไมค์ ซื้อ Put DW ที่อ้างอิงกับหุ้น ABC ออกโดย บล.บัวหลวง รุ่นที่ 1 ซึ่งมีชื่อย่อเป็น ABC01PA อายุ 4 เดือน โดยมีราคาใช้สิทธิที่ 100 บาท อัตราใช้สิทธิ 1 DW : 1หุ้นอ้างอิง  ราคา DW 10 บาท

ในกรณีที่อายุคงเหลือเท่าเดิม แต่ราคาหุ้นเปลี่ยนแปลงไป ราคา DW จะเปลี่ยนแปลงไปดังนี้

ราคาหุ้น ABC (บาท) ราคา DW *
มูลค่าที่แท้จริง (บาท) มูลค่าเวลา (บาท) ราคา DW (บาท)
102 -2 5 3
100 0 5 5
95 5 5 10
90 10 5 15
85 15 5 20

กรณีที่อายุคงเหลือน้อยลง และราคาหุ้นเปลี่ยนแปลงไป ราคา DW จะเปลี่ยนแปลงไป ดังนี้

สัปดาห์ที่ ราคาหุ้น ABC (บาท) ราคา DW *
มูลค่าที่แท้จริง (บาท) มูลค่าเวลา (บาท) ราคา DW (บาท)
1 95 5 5 10
2 100 0 4.5 4.5
3 90 10 4 14
4 85 15 3.5 18.5
5 80 20 2.5 22.5

ราคา DW ที่นำมาแสดงนี้เป็นเพียงตัวอย่างสมมติ เพื่อให้นักลงทุนเข้าใจกลไกลการเปลี่ยนแปลงของราคาได้ง่ายขึ้น ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าตัว DW นั้นมีอัตราทดกับระยะเวลาที่ทำให้เกิดความเสี่ยงที่สูงขึ้น โดยนักลงทุนส่วนใหญ่จะถือ DW ไว้ไม่นาน

ผลตอบแทนจากการลงทุนใน Put DW ณ วันครบกำหนดอายุ

ผลตอบแทนของ Put DW = (ราคาใช้สิทธิ– ราคาหุ้นอ้างอิง) / อัตราใช้สิทธิ

ดังนั้น นักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนสูงขึ้น เมื่อราคาหุ้นอ้างอิงลดลงนั่นเอง