business woman with briefcase walking on the desolate ocean coast

คุณรู้มั้ยว่าวัฒนธรรมองค์กรนั้นเกิดจากอะไร?? คำตอบก็คือมาจากตัวหัวหน้าหรือเจ้าขององค์กรณ์นั้นนั่นเอง ปัจจุบันการดำเนินชีวิตไม่เหมือนสมัยก่อนแล้ว สังคมโหดร้ายยิ่งขึ้น จะมาหวังให้ลูกหลานดูแลเราเหมือนสมัยก่อนไม่ได้อีกแล้ว แค่เค้าโตขึ้นมารับผิดชอบแค่ตัวเองยังเอาตัวไม่รอดเลย ดังนั้นการเริ่มต้นลงทุนโดยการออมเป็นทางเลือกใหม่ของมนุษย์เงินเดือนทุกท่าน โดยสิ่งเหล่านี้ควรเริ่มต้นจากผู้นำองค์กรที่เป็นส่วนหัวเรือเพื่อสร้างทิศทางการออมเงินอย่างถูกต้อง แล้วส่วนลูกน้องที่เป็นท้ายเรือก็จะปรับทิศทางตามส่วนหัวไปด้วย หากทุกองค์กรมีทิศทางประหยัดเหมือนกันก็จะส่งผลถึงสังคมไทยที่รู้จักการใช้เงินไปด้วย

“องค์กรรู้ประหยัดเริ่มจากหัวหน้าเก่งเงิน”

สิ่งหนึ่งที่เป็นความหวังของมนุษย์เงินเดือนที่นอกเหนือจากเงินโบนัส คือ การเติบโตในหน้าที่การงานโดยการเลื่อนตำแหน่ง หลายองค์กรเวลาคัดเลือกพนักงานเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้นนั้นก็จะพิจารณาจากผลงานที่ผ่านมาว่าเคยทำผลงานอะไรบ้างหรือตรวจดูประวัติย้อนหลังต่างๆว่าเหมาะสมจะเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าหรือไม่ ซึ่งหลักการวิธีการเลื่อนขั้นของผู้นำในองค์กรจากเดิมที่ต้องเก่งคน เก่งงาน และน่าจะต้องเพิ่มอีก 1 ข้อเรื่อง “เก่งเงิน” ด้วย

หัวหน้าที่ดีต้อง “เก่งคน เก่งงาน และเก่งเงิน”


“หัวหน้าเก่งเงิน คือ หัวหน้าที่ใช้เงินเป็น “ ถ้าจะเรียกให้เป็นทางการขึ้นมาอีกนิด คือ “มีความรู้ความสามารถในการบริหารการเงินส่วนบุคคล” ที่สามารถดูแลตนเองและลูกน้องให้มีวินัยการเงินได้ด้วยไม่ใช่ เพราะทักษะทางการเงินนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเงิน การศึกษาหรืออายุ แต่ขึ้นอยู่กับวิธีคิดและทัศนคติเกี่ยวกับการจัดการเงิน ต่างหาก โดยผู้นำที่จะเลื่อนตำแหน่งควรรู้จักวิธีจัดการเงินแบบพื้นฐานต่างๆ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ต้องมีในแต่ละบุคคล เพื่อดูแลลูกน้องได้รอบด้านยิ่งขึ้นและทำให้องค์กรเติบโตมากขึ้นด้วยเช่นกัน

มีหัวหน้าแบบนี้มีแล้วรวยอย่างแน่นอน

  • หัวหน้ารู้หนี้ – มีวิธีจัดการหนี้สิน

รู้จักวิธีจัดการหนี้สินส่วนตัวอย่างถูกต้อง รู้จักการก่อหนี้ที่เกิดประโยชน์และการก่อหนี้ที่ไม่เกิดประโยชน์ รู้จักวิธีบริหารหนี้ให้หลุดจากวงจรหนี้ รู้ว่าไม่ควรหมุนหนี้โดยการเปิดบัตรเครดิตใบใหม่เพื่อโป๊ะหนี้บัตรก้อนเดิม รู้ว่าไม่ควรใช้บัตรกดเงินสดมาใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

หัวหน้าที่สามารถจัดการหนี้สินส่วนตัวได้ดี จะส่งผลดีถึงลูกน้องและการทำงานในองค์กรด้วย เพราะสามารถสอนลูกน้องให้สร้างหนี้ที่มีประโยชน์และตัวหัวหน้าก็จะมีสมาธิในการทำงาน ทำให้สร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆได้

ลองคิดตามนะคะ ถ้าหากผู้นำคนที่ได้รับเลื่อนตำแหน่งมีจิตใจว้าวุ่นจากการหาเงินมาจ่ายหนี้สินส่วนตัว ทำให้ใส่ใจกับงานที่อยู่ตรงหน้าน้อยลง เพราะครุ่นคิดว่าจะหาเงินส่วนไหนมาจ่ายหนี้ที่กำลังจะครบกำหนดชำระ หากปล่อยปัญหาหนี้สินส่วนตัวรุงรังไปเรื่อยๆอาจจะเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิด เมื่อเวลาจวนตัวที่จำเป็นต้องนำเงินไปชำระหนี้จริงๆแล้วหาเงินไม่ได้ อาจจะทำให้เกิดการตัดสินใจผิดพลาดโดยการยักยอกเงินบริษัทเพื่อนำไปจ่ายหนี้ โดยอาจจะมองว่าแค่ยืมไปหมุนแป๊บนึงแล้วคืน

แต่ถ้าไปเจอกับคนที่นำไปหมุนแล้วติดใจไม่คืนเงินหละ องค์กรนั้นจะเป็นอย่างไร ทุกคนล้วนมีพื้นฐานเป็นคนดี แต่เหตุการณ์บังคับจึงทำให้ตัดสินใจผิดพลาดได้ ดังนั้น อย่ามองข้ามเรื่องหนี้สินส่วนตัวว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ควรได้รับการดูแลที่ถูกต้องตั้งแต่หนี้ก้อนเล็กๆ ก่อนที่จะบานปลายกลายเป็นหนี้ก้อนโตที่ดูแลลำบาก

  • หัวหน้ารู้ประหยัด – รู้ว่าอะไรควรจ่ายและอะไรไม่ควรจ่าย

หัวหน้านักประหยัดซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกน้องทำตาม ถ้าหัวหน้ารู้จักวิธีการจ่ายเงินที่ถูกต้อง รู้ว่าอะไรควรซื้อหรือไม่ควรซื้อ จะสามารถสอนลูกน้องได้ว่าควรใช้เงินอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีการใช้จ่ายแบบระมัดระวัง กลายเป็นองค์กรประหยัดที่พนักงานใช้เงินเป็น เมื่อคนในองค์กรรู้จักการใช้จ่ายที่ถูกต้องก็จะส่งต่อแนวคิดประหยัดนี้ไปเรื่อยๆ

สุดท้ายจะเป็นกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ผู้เข้ามาใหม่ต้องปฏิบัติตามรุ่นพี่ที่รู้ว่าการใช้จ่ายอย่างประหยัดนั้นเป็นอย่างไร หากใครใช้จ่ายฟุ้งเฟ้อก็จะกลายเป็นส่วนแปลกแยกในองค์กรแต่ถ้าหากหัวหน้ามีนิสัยจ่ายเงินฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ เงินเดือนเท่าไหร่ใช้หมด ยิ่งเงินเดือนมากขึ้นก็ใช้จ่ายเงินมากขึ้น กลายเป็นองค์กรแห่งความฟุ้งเฟ้อ

เมื่อลูกน้องเห็นแบบนี้ก็จะทำตามหัวหน้า เป็นพฤติกรรมเลียนแบบที่ผู้เข้ามาใหม่ทำตามเพื่อจะได้รับการยอมรับจากคนในองค์กรเพราะทุกคนฟุ่มเฟ้อเหมือนกัน สร้างค่านิยมฟุ่มเฟือยในองค์กรที่วันๆพนักงานคิดแต่ว่าเย็นนี้จะไปช้อปปิ้งที่ไหนดี มีของลดราคาอะไรบ้าง ต้องซื้ออะไรบ้างเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ดูดีในกลุ่มเพื่อน ซึ่งเป็นพฤติกรรมเลียนแบบความฟุ้งเฟ้อที่ทำให้องค์กรไม่เจริญก้าวหน้ามากเท่าที่ควรจะเป็น

  • หัวหน้ารู้ปัญหา – มีความรู้หลายด้านที่ช่วยแก้ปัญหาให้ลูกน้องได้

หัวหน้าควรดูแลจัดการปัญหาให้ลูกน้องได้ทุกเรื่องนอกจากเรื่องงานแล้วยังสามารถให้คำปรึกษาทางการเงินได้อีกด้วยเพราะปัญหาของลูกน้องก็คือปัญหาของหัวหน้าด้วยเช่นกัน ตัวอย่าง ถ้าลูกน้องมีปัญหาหนี้บัตรเครดิตจนไม่มีสมาธิทำงานเพราะได้รับแต่โทรศัพท์ติดตามทวงหนี้

แม้ว่าเป็นปัญหาของลูกน้องแต่ก็ส่งผลเสียต่อการทำงานด้วย เพราะลูกน้องทำงานไม่เต็มความสามารถ จิตใจกังวลกับหนี้สินที่ยังหาทางออกไม่ได้ ถ้ามีผู้บริหารที่ดีช่วยแนะนำว่าควรจัดการหนี้บัตรเครดิตนั้นอย่างไร ช่วยหาทางออกที่ดีด้วยวิธีบริหารหนี้อย่างถูกต้องให้ลูกน้องจนสามารถชำระหนี้ได้ ก็จะเก็บไว้เป็นอีกหนึ่งผลงานของผู้บริหารที่จะใช้เลื่อนตำแหน่งในระดับสูงต่อไป

  • หัวหน้ารู้วางแผน – รู้ว่าควรวางแผนการเงินในแต่ละช่วงเวลาอย่างไร

หัวหน้าควรสอนลูกน้องให้รู้จักวางแผนความมั่งคั่งในอนาคต รู้จักวางเป้าหมายอนาคตของตนเอง เมื่อได้รับเงินเดือนแล้วควรแบ่งไปออมและลงทุนเท่าไหร่ รู้จักการจัดสรรเงินเดือนอย่างถูกต้อง รู้วิธีการออมเงินเพื่อสร้างความมั่งคั่งในอนาคต สามารถสอนลูกน้องที่เป็นพนักงานใหม่ที่ทำงานครั้งแรกว่าควรดูแลเงินเดือนอย่างไร

สอนให้รู้ว่าไม่ควรก่อหนี้ครั้งละมากๆ เช่น ไม่ควรซื้อรถยนต์ตั้งแต่ทำงานใหม่ๆเพราะเป็นการสร้างภาระให้ตนเอง สามารถสอนวิธีเริ่มต้นการออมเงินอย่างง่ายว่าควรจะฝากประจำหรือนำไปลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินอะไรได้บ้าง เมื่อลูกน้องต้องการซื้อบ้านหรือคอนโดเพื่อใช้อยู่อาศัยควรซื้อราคาเท่าไหร่เพื่อไม่เป็นภาระหนี้มากเกินไป การสอนให้รู้ว่าการวางแผนเกษียณนั้นมีประโยชน์อย่างไร

แนวคิดการจัดสรรเงินและการลงทุนแบบนี้เป็นการสร้างค่านิยมเรื่องการลงทุนให้เกิดขึ้นในระดับกลุ่มย่อยๆในองค์กร เมื่อทุกฝ่ายในองค์กรทำเหมือนกันหมดก็จะกลายเป็นวัฒนธรรมที่พนักงานจัดสรรเงินเป็น โดยการออมเงินเพื่อเป้าหมายต่างๆในอนาคตของตนเองได้


วิธีคัดเลือกหัวหน้าเก่งเงิน

วิธีที่จะกล่าวถึงนี้เป็นเพียงแนวคิดเกี่ยวการบริหารจัดการเงินขั้นพื้นฐานที่ควรจะมีในตัวของพนักงานธรรมดาที่จะเลื่อนเป็นหัวหน้าในระดับสูงต่อไป นอกจากเก่งคน เก่งงานและต้องเก่งเงินด้วย เช่น

  • รู้ว่า “รายได้ – เงินออม = รายจ่าย” คืออะไรและทำอย่างไร
  • การวางแผนเพื่อเป้าหมายต่างๆในอนาคต โดยการออมเงินในรูปแบบต่างๆ เช่น ออมเงินฉุกเฉิน ออมเงินเพื่อการลงทุน ออมเงินเพื่อเกษียณ
  • การจัดสรรเงินเดือนควรทำอย่างไรให้พอใช้ในแต่ละเดือน รู้ว่าอะไรเป็นสิ่งจำเป็นที่ควรจ่ายและไม่ควรจ่าย
  • การจัดสรรรายจ่ายอย่างไรให้ห่างไกลหนี้มากที่สุดหรือเมื่อเกิดหนี้สินขึ้นแล้วควรมีวิธีจัดการหนี้ที่ถูกต้องได้อย่างไร
  • การใช้เงินสร้างความมั่งคั่งในอนาคตนั้นทำได้อย่างไร

ทางเราต้องการสร้างสังคมการออมโดยการเริ่มต้นจากส่วนหัวหน้าสำหรับสร้างทิศทางการออมเงินอย่างถูกต้อง แล้วส่วนทีมงานก็จะปรับทิศทางตามไปด้วย หากทุกองค์กรมีทิศทางประหยัดเช่นเดียวกันก็จะส่งผลถึงสังคมไทยที่รู้จักการใช้เงินไปด้วย อีกทั้งไม่เป็นภาระให้แก่ประเทศชาติ อยากให้แนวคิดการประหยัดเกิดขึ้นเพื่อถ่วงดุลกับลัทธิวัตถุนิยม ที่จ่ายเพื่อความสุขสบายในปัจจุบัน โดยไม่เหลือเงินเพื่ออนาคต แม้ว่าเศรษฐกิจจะขับเคลื่อนด้วยการจ่ายเพื่อให้เงินหมุนไปเรื่อยๆ ก็จริง แต่ถ้าจ่ายโดยไม่คิด ชีวิตติดบัตรเครดิตที่ดิ้นไม่หลุด สภาพสังคมก็จะวุ่นวายไปด้วยคดีฉกชิงวิ่งราวที่แต่ละคนจะต้องเงินเพื่อเอาตัวรอด ถ้าเราสร้างวัฒนธรรมการออม กินอยู่แบบพอเพียงตั้งแต่ตอนนี้ และส่งต่อสิ่งดีๆให้ลูกหลาน สภาพสังคมไทยในอนาคตก็จะน่าอยู่ และพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว