Taking too long? Close loading screen.

3 เทคนิคปิดประตูเจ๊งกับพอร์ต Forex คุณ

117
Double exposure rows of coins with utility bill and calculator and account banking for finance concept Money and finance concept

เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์มากกว่า 6 เดือนมักจะเคยผ่านการ เจ๊ง! มาแล้วอย่างแน่นอน จนหลายท่านถึงกับล้างพอร์ตไปเลยทีเดียว โดน Margin Call หรือ เทรดเท่าไรก็ไม่เคยกำไร อย่าว่าแต่กำไรเลยครับ…แค่เทรดให้เงินในพอร์ตกลับคืนมาอยู่ที่เดิมยังยากเลย บอกเลยนะครับว่าตลาดนี้อยู่ยากจริงๆ ครับ

ถ้าคุณเจอยังปัญหานี้ละก็แปลว่ามีบางอย่างที่คุณกำลังทำผิด!! ต้องรีบอ่านบทความนี้ด่วนเลยครับ

ตัวผมเองหลังจากฝึกเทรดพอร์ท Demo ไป 3-4 เดือน ก็มาเทรดด้วยเงินจริง บอกได้เลยครับว่า เงินปลอมกับเงินจริงนั้นความรู้สึกมันต่างกันนะครับ เพราะตอนใช้เงินปลอมความกลัวจะน้อยกว่าเงินจริงมาก เพราะเหตุนี้แหละครับ ทำไมเทรดเดอร์ที่เลื่อนจากฝึกใน Demo มาสนามจริงถึงไปไม่ค่อยรอด ในตอนนั้นที่ผมเทรดด้วยเงินจริง พอร์ตเคยลงติดลบสูงสุดแถว ๆ 50% เคยโดน Stop Loss ติดกัน 5 ครั้ง!! บอกเลยว่าช่วงนั้น จิตตกสุด ๆ ในด้านการเงิน พอร์ตที่เหลือ 50% ถ้าจะทำกลับไปให้ถึงจุดเดิมต้องทำให้ได้ 100% แค่คิดมันก็ยากแล้ว แต่ในเมื่อเราตัดสินใจจะเป็นเทรดเดอร์แล้วก็ต้องสู้ต่อไป ผมก็เลยต้องมาตั้งใจศึกษาแบบจริงจังโดยเอาความผิดพลาดครั้งนั้นมาเป็นบทเรียน พอกลับมาเทรดใหม่

หลังจากกลับมาเทรดใหม่ ผมสามารถทำพอร์ตตัวเองที่ติดลบ 50% กลับมายังจุดเดิมได้ ภายในเวลาไม่ถึงเดือน (เทรดได้ 100%) ตอนนั้นแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ผมคิดในใจ “เฮ้ย…เป็นไปได้ไง?” ตั้งแต่วันนั้น ความเชื่อของผมเลยเปลี่ยนไปว่า “เราต้องทำได้” เราต้องเป็นเทรดเดอร์ที่เก่งได้ เพราะ ประสบการณ์การทำพอร์ตให้กลับมายังจุดเดิมนั้น โดยต่อไปนี้จะเป็น 3 เคล็ดลับที่ทำให้ผมสามารถอยู่รอดในตลาดได้ครับ

เคล็ดลับที่ 1 : อย่างเลี่ยงการขาดทุน แต่จงจัดการกับมันให้ได้

  • จากประสบการณ์ตอนที่ผมเทรดใหม่ๆ  ทุกคนมักจะพูดตรงกันว่า “ต้องการจะเลี่ยงการขาดทุน” และเราก็ไม่อยากขาดทุนเลยพยายามทุกวิถีทางที่จะไม่ทำให้ขาดทุน
  • ผมได้ค้นพบว่า “การเทรดให้รอดในตลาด Forex” เราต้องอย่าพยายามเลี่ยงการขาดทุนครับ แต่เราต้องควบคุมหรือจัดการกับมัน เปรียบง่าย ๆ คือ เหมือนคุณมีแผนจะขับรถไปที่ต่างๆ ในกรุงเทพคุณไม่สามารถหนีรถติดได้เลย แต่สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ วางแผนและจัดการการเดินทางของคุณให้ดี เพื่อให้คุณถึงที่หมายอย่างที่ตั้งใจไว้
  • การขาดทุนเป็นส่วนหนึ่งของการเทรด สิ่งที่คุณควรมองก็คือ “มองให้มันเป็นการทำธุรกิจ” สมการกำไรทางธุรกิจ คือ รายได้ – ต้นทุน = กำไร
  • ในทางการเทรด ต้นทุน ที่ผมว่าก็คือ การขาดทุน หน้าที่ของคุณคือ เปลี่ยนการขาดทุนให้เป็นต้นทุน และทำให้รายได้ มากกว่าต้นทุน เท่านี้คุณก็ได้กำไรแล้วครับ

เคล็ดลับที่ 2 : ฝึกใช้ Stop Loss ให้ชำนาญ

  • วิธีที่คุณจะเปลี่ยน การขาดทุน ให้เป็นต้นทุนได้ ก็คือ การตั้ง Stop Loss (SL) เพื่อจำกัดความเสี่ยงในแต่ละรอบการเทรดของคุณ
  • การ Stop Loss ในแต่ละครั้ง จะเท่ากับ ต้นทุน ของคุณ
  • หากไม่ตั้ง Stop Loss เพราะกลัวจะขาดทุน หรือเลื่อน Stop Loss บ่อย หรือเปิด Order ถัวซ้ำ เพราะ คิดว่า เดี๋ยวมันก็ไปตามที่เราคิดบ้าง จะทำให้เราต้องขาดทุนมากขึ้นนะครับ เราไม่รู้เลยว่ากราฟจะเหวี่ยงไปที่จุดไหนครับ
  • เทคนิคการ Stop Loss นั้น มีด้วยกันหลายวิธี แต่วิธีที่ผมจะแนะนำก็คือ ตั้งตาม Levels ของตลาด อย่าตั้งด้วย pips เพราะคุณต้องมีพื้นที่ว่าง (Space) ให้การแกว่งของราคา และให้ตลาดเป็นตัวตัดสินว่าสุดท้ายตลาดจะไปทางไหน และ Order ของคุณต้องออกจากตลาดหรือไม
  • สิ่งสำคัญที่สุด คือ คุณต้องตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง วางแผนการ Stop Loss ล่วงหน้าทุก Order ทุกครั้ง เพราะ จุด Stop Loss มีผลต่อ Risk:Reward (RR) ของคุณอย่างมาก ถ้ากว้างไป อัตราส่วน RR จะต่ำ ทำให้คุณต้องเหนื่อยในระยะยาว

เคล็ดลับที่ 3 : รู้จักการ Position Size

  • การ Position Size จะเป็นตัวบอกว่า คุณต้องเปิดกี่ Lot หากคุณตั้ง Stop Loss ตรงจุดนี้
  • เรื่อง Position Size เป็น 1 ในการบริหารเงินทุน (Money Management) ที่คุณต้องใส่ใจมาก ๆ โดยการ Position Size ต้องใช้คู่กับเทคนิคการ Stop Loss เสมอ
  • สิ่งนี้แหละครับ จะทำให้คุณไม่ล้างพอร์ต ไม่เจ๊ง จากตลาด เพราะ มันจะทำให้คุณอึดขึ้น อยู่ในตลาดได้นานขึ้น ยิ่งถ้าหากคุณเข้าใจเรื่องของ Risk:Reward ด้วยแล้ว ผมบอกได้เลยว่า การเทรดมันจะง่ายขึ้น ความเครียดมันจะลดลง สมองของคุณจะปลอดโปร่ง เอาเวลาไปคิดเรื่องดี ๆ ทำสิ่งดี ๆ ได้มากขึ้นเลยครับ

สรุป ถ้าคุณทำตามเคล็ดลับที่ผมบอกทั้ง 3 ข้อ ความคิดของคุณจะเปลี่ยนไป คุณจะไม่พยายามหลีกเลี่ยงการขาดทุน แต่จะพยายามจัดการกับมันแทน เพราะ ตอนนี้คุณรู้แล้วว่า…สาเหตุที่คนส่วนใหญ่เจ๊งอันดับต้น ๆ ก็คือ พวกเขาควบคุมการขาดทุนไม่เป็น คุณต้องมองการเทรดให้เหมือนเป็นการทำธุรกิจ และต้องจัดบริหารหน้าตัก (Money Management) ให้ดี รวมถึงมองการ Stop Loss เปรียบเสมือนต้นทุนทางธุรกิจ เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถอยู่รอดในตลาดได้ครับ