นายแพทย์ ศุภชัย จรรยาผดุงพงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหนองคาย เป็นประธานเปิดงานรณรงค์วันไตโลก โรงพยาบาลหนองคาย ปี 2559 พร้อมชมการสาธิตการปรุงอาหารที่ถูกโภชนาการสำหรับผู้ป่วยโรคไต เน้นอาหารรสจืดแต่อร่อย โดยภายในงานรณรงค์ให้ประชาชนที่มารับบริการของโรงพยาบาลหนองคาย และผู้ป่วยโรคไต ทราบถึงวิธีการเลือกซื้ออาหารเพื่อสุขภาพ การตรวจคัดกรองสุขภาพ ให้คำแนะนำปรึกษาการดูแลรักษาโรคไต รณรงค์ลดเค็ม และรณรงค์ปรุงอาหารลดเค็มแก่ผู้ประกอบการศูนย์อาหารส่วนสวัสดิการของโรงพยาบาล

นายแพทย์ ศุภชัย กล่าวว่า จากสถานการณ์โรคไตในปัจจุบันกำลังเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก คนไทยมีแนวโน้มป่วยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยคนไทยป่วยเป็นโรคไตติดอันดับ 3 ของอาเซียน รองจากมาเลเซียและสิงคโปร์ สาเหตุส่วนใหญ่ร้อยละ 70 เกิดจากเบาหวานและความดันโลหิตสูง ซึ่งมีสถิติผู้ป่วยรวมเกือบ 15 ล้านคน ผลที่ตามมาคือมีภาวะไตเสื่อมและไตเสื่อมเร็วขึ้น หากปฏิบัติตัวไม่ถูกต้อง

“จากข้อมูลพบว่าคนไทยป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังร้อยละ 17.6 ของประชากร หรือประมาณ 8 ล้านคน เป็นผู้ป่วยระยะสุดท้าย 2 แสนคน ป่วยเพิ่มปีละกว่า 7,800 ราย ส่วนการผ่าตัดเปลี่ยนไตทำได้เพียงปีละ 500 ราย จึงเน้นการชะลอความเสื่อมของไตเพื่อให้เข้าสู่ระยะที่ต้องล้างไตช้าลง”

นอกจากนี้ พฤติกรรมการรับประทานอาหารเปลี่ยนไป ทำให้พบโรคไตในเด็กด้วย สาเหตุหนึ่งคือการรับประทานอาหารเค็ม ฟาสต์ฟูด ขนมขบเคี้ยว โดยเฉพาะอาหารญี่ปุ่น เกาหลี ที่กำลังเป็นที่นิยม เนื้อหมักใส่ซอสปรุงรส เกลือ ผงหมัก รวมน้ำจิ้มแล้ว

โดยรวมความเค็มมากกว่าอาหารปกติถึง 50 เท่า อาหารแช่แข็งมีความเค็มมากกว่าปกติถึงร้อยละ 30 การลดบริโภคเค็มลงจะช่วยให้มีสุขภาพดี ประหยัดค่ารักษาพยาบาลให้ภาครัฐได้ปีละหลายหมื่นล้านบาท และลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคไตเรื้อรังได้อีกมาก
ข้อมูลจาก: thaihealth.or.th

มาถึงจุดนี้เรามาเข้าเรื่องการป้องกันโรคไตกันเลยดีกว่า อวัยวะทุกส่วน ล้วนมีความสำคัญต่อร่างกายทั้งสิ้น โดยเฉพาะ “ไต” ถือเป็นอวัยวะหนึ่งที่มีความสำคัญต่อร่างกายเป็นอย่างมาก เนื่องจาก ไต มีหน้าที่ กำจัดของเสียออกจากร่างกาย ซึ่งการกำจัดของเสียนั้นมีหลายวิธี เช่น ขับออกทางเหงื่อ หรือในรูปแบบของปัสสาวะ อุจจาระ อีกทั้งยัง ช่วยปรับสมดุลน้ำในร่างกาย หากร่างกายขาดน้ำ ก็จะปรับดุลน้ำ โดยจะเกิดอาการหิวน้ำ ทำให้ดื่มน้ำมากขึ้น ตามที่ร่างกายต้องการ

ในปัจจุบัน ผู้ป่วยโรคไต ถือว่า มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และมีแนวโน้มสูงขึ้นตามลำดับ ซึ่งโรคไต เกิดจากหลายสาเหตุ ได้แก่ รับประทานอาหารที่มีรสเค็มจัด เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และเนื้องอกที่ไต เป็นต้น ปัจจัยทั้งหมดนี้เอง เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคไต โดยที่หลายคนคาดไม่ถึงกันเลยทีเดียว แต่จริงๆแล้ว ทุกคนสามารถป้องกัน และดูแลตนเอง ให้ห่างไกลจากโรคไตได้ เพียงแค่เลือกปฏิบัติวิธีที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการดูแลสุขภาพไตของตนเอง ซึ่งวิธีปฏิบัตินั้น สามารถทำได้หลากหลาย

 

ดื่มน้ำ

 

1. ดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอ ควรดื่มน้ำอย่างน้อยโดยเฉลี่ยพื้นฐาน วันละ 7-8 แก้ว ไม่ควรปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ เนื่องจาก จะทำให้ไตทำงานหนักและเสื่อมได้ แต่อย่าเพิ่งเข้าใจว่า การดื่มน้ำมากๆเป็นเรื่องที่ดี เพราะระดับโซเดียมในเลือดจะต่ำลงตามไปด้วย ดังนั้น ควรดื่มน้ำในปริมาณที่พอดี ไม่มากหรือไม่น้อยเกินไป

 

อาหาร

 

2. เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีรสเค็มจัด เช่น น้ำปลา ผงชูรส ซีอิ๊ว น้ำจิ้ม หรืออาหารจำพวกอื่นที่มีรสเค็ม เนื่องจาก อาหารเหล่านี้ ทำให้ยากต่อการควบคุมความดันโลหิต

 

 

3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สามารถออกกำลังกายได้ตามความเหมาะสม และไม่หักโหมเกินไป เช่น การวิ่ง หรือการแกว่งแขน ก็ถือเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง ซึ่งสามารถทำได้ทุกวัน หรือทำอย่างน้อย สัปดาห์ละ 3-4 วัน ก็ช่วยทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ต้านทานโรคได้ดียิ่งขึ้น

 

บุหรี่

 

4. งดสูบบุหรี่ หลายคนอาจไม่เคยทราบมาก่อนว่า บุหรี่ เป็นสาเหตุหนึ่งในการเกิดโรคไตเช่นกัน เนื่องจาก หากสูบบุหรี่ในปริมาณที่มากเกินจำเป็น อาจก่อให้เกิดภาวะไตเสื่อมเร็วกว่าผู้ที่ไม่สูบ รู้แบบนี้แล้ว คงจะเริ่มร้อนๆหนาวๆกันบ้างแล้ว ใครที่สูบมากๆ ก็เริ่มลดปริมาณ หรืองดสูบตั้งแต่ตอนนี้ ก็ยังไม่สาย

 

สุขภาพเป็นของเราเอง ถ้าเราไม่สร้าง แล้วใครจะสร้าง ดังนั้น ควรเริ่มดูแลสุขภาพตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยอาจจะเริ่มจากสิ่งที่สามารถทำได้ง่ายๆ ค่อยๆทำตามขั้นตอน ไม่ต้องเคร่งเครียด หรือหักโหมจนเกินไป ทำทุกวันให้มีความสุข เพื่อสุขภาพของตนเอง เพียงเท่านี้ ก็สามารถป้องกันโรคไตได้แล้ว