เชื่อหรือไม่ว่า ทอง บนโลกเรานี้ แท้ที่จริงแล้วมาจากห้วงอวกาศ?

 

ทอง ไม่ได้เป็นโลหะมีค่าเพียงอย่างเดียว แต่โลกคงมีโลหะมีค่าน้อยกว่านี้หลายเท่าตัว หากไม่ใช่ว่าปรากฎการณ์ฝนดาวตกเมื่อ 3.9 พันล้านปีก่อน

งานวิจัยชิ้นใหม่ที่เพิ่งค้นพบ หลังจากวิจัยบรรดาหินที่เชื่อถือได้ว่าเก่าแก่ที่สุดในโลกเท่าที่ค้นพบมา ได้สนับสนุนทฤษฎีที่ว่า เริ่มแรกเลย โลกของเราไม่ได้มีทองอยู่ หากแต่ทองนั้นมาจากฝนอุกกาบาตซึ่งตกมายังโลกเมื่อยังเป็นแค่ก้อนแมกม่าร้อนระอุ โดยแร่ธาตุต่างๆที่ติดมากับหินอุกกาบาตที่ตกลงมานั้น รวมถึงทองคำ ส่งผลต่อโลก ช่วยพลิกโฉมสภาพแวดล้อมและองค์ประกอบของเคมีโลกในเวลาต่อมา

เราไม่ควรพบ ทอง บนพื้นโลก?              

เมื่อตอนที่โลกกำลังเริ่มสร้างตัวเองเมื่อ 4.5 พันล้านปีก่อน โลกเป็นเพียงก้อนแมกม่ากลมๆ ไม่มีสิ่งมีชีวิต มีเพียงของเหลวอันร้อนระอุ และเมื่อโลกค่อยๆลดอุณหภูมิลง เย็นตัวขึ้น แร่ที่เป็นโลหะหนักต่างๆ เช่น ทองคำ นิกเกิล แพลทตินัม หรืออิริเดียม เป็นต้น  ก็ถูกเหล็กที่ตกผนึกลงเป็นแก่นกลางของโลก ดึงดูดให้เข้าไปหลอมรวมอยู่ด้วยกัน ณ ใจกลางโลก ก่อเกิดเป็นแกนกลางโลกขึ้นมา

นั่นหมายความว่า จริงๆแล้ว เราไม่ควรพบแร่โลหะ สสารหนักพวกนี้บนพื้นผิวเปลือกโลกเลย มันควรจะอยู่เฉพาะในแก่นกลางของโลกเท่านั้นต่างหาก

แล้วถ้าอย่างนั้น ทอง ทุกวันนี้มาจากไหน?

งานวิจัยชิ้นนี้สรุปได้ว่า ทองที่อยู่บนพื้นผิวเปลือกโลก (ที่เราทำเหมืองขุด หรือพบกันทุกวันนี้) มาจากฝนอุกกาบาต ที่เรียกว่า Terminal Bombardment ซึ่งตกลงมาเมื่อตอนโลกกำลังสร้างตัวเองขึ้นมาหลังอุณหภูมิลดลง (3.8-4.0 พันล้านปีก่อน) ทำให้แร่และสสารพวกนี้ไม่ได้ไปกองรวมหลอมเหลวด้วยกันที่แก่นกลางของโลก แต่โปรยและกระจายออกไปทั่วทุกมุมของผิวเปลือกโลก

นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังเชื่ออีกว่า ที่แกนโลกของเราทุกวันนี้ น่าจะมีแร่ทองคำมากพอที่จะคลุมทั่วทั้งโลกเป็นชั้นโลหะได้หนาถึง 4 เมตร

 หลักฐานสนับสนุนล่ะ?

หลักฐานของทฤษฎีนี้คือ การที่นำเอาชั้นหินที่เก่าแก่กับหินในยุคใหม่มาเปรียบเทียบอัตราส่วน Isotope ระหว่าง Tungsten-182 ต่อ Tungsten-184 กัน

โดยชั้นหินเก่าแก่ที่ว่านี้ ขุดขึ้นมาจากชั้นหินโบราณจากเกาะกรีนแลนด์ฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าหินเหล่านี้มีอายุมากกว่า 4.3 พันล้านปี (ก่อนเหตุการณ์ฝนอุกกาบาต Terminal Bombardment ช่วง 3.8-4.0 พันล้านปีก่อน) เป็นหินที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยค้นพบมาก่อน

โดยผลลัพธ์จากการวิเคราะห์ Isotope พบว่า หินโบราณที่ค้นพบที่เกาะกรีนแลนด์ มีอัตราส่วน Isotope ของ Tungsten-182 ต่อ Tungsten-184 ต่ำกว่าหินสมัยใหม่อื่นๆ ถึง 13 ส่วนในล้าน (Parts Per Million)

ซึ่งประกอบกับผลงานวิจัยก่อนๆหน้านี้ที่ว่า แร่ที่มากับฝนอุกกาบาต Terminal Bombardment เมื่อ 3.9-40 พันล้านปีก่อนมีอัตราส่วน  Isotope ของ Tungsten-182 ต่อ Tungsten-184 ต่างกันมาก โดย Tungsten-182 จะมีค่าต่ำกว่า

ทำให้นักวิทยาศาสตร์สรุปได้ว่า การที่หินยุคโบราณและยุคใหม่มีสัดส่วน Isotope ที่แตกต่างกันนั้น เป็นเพราะการพุ่งชนของอุกกาบาตแน่นอนแล้วนั่นเอง

โดยคาดการณ์จากข้อมูลและตัวเลขที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทำให้นักวิทยาศาสตร์อนุมานว่า ฝนอุกกบาต Terminal Bombardment ที่พุ่งชนโลกนั้น ได้เพิ่มมวลให้กับเปลือกโลกชั้น Mantle ถึง 0.5%

อาจฟังดูไม่มากไม่มาย ไม่ถึง เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ แต่จริงๆแล้วมันเท่ากับ 20 ล้านล้านล้าน ตันเลยทีเดียว!

 

Ref: news.nationalgeographic